Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1377/2482

พ.ศ. 2482 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเอาเรือยนตร์ไปส่งผู้ร้ายทำการปล้น ในขณะปล้น จำเลยลอยเรือคอยรับอยู่ห่างที่ปล้น 15 เส้นถือว่าจำเลยมีผิดฐานสมรู้ในการปล้น.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยได้ลงเรือยนตร์ร่วมเดินทางมากับพวกผู้ร้ายเป็นเวลา ๕ วัน แล้วพวกผู้ร้ายยกลงเรือสัมปั้นไปทำการปล้นทรัพย์ จำเลยคงอยู่ในเรือยนตร์ลอยอยู่ในแม่น้ำห่างบ้านเกิดเหตุ ๑๕ เส้นคอยรับพวกปล้น เมื่อปล้นแล้วผู้ร้ายก็พากันไป แต่มีกำนันไปสะกัดจับผู้ร้าย ได้ยิงผู้ร้ายตามหนึ่งคน ผู้ร้ายอีก ๓ คนยอมให้จับโดยดี แล้วจำเลยก็พาเรือยนตร์หนีไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดต่อกฎหมายอาญา ม.๖๓,๖๔,๓๐๑.

จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดต่อกฎหมายอาญา ม.๖๕,๓๐๑

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลอุทธรณ์ว่า รูปคดีเป็นสมรู้ เพราะจำเลยให้กำลังพาหนะแก่ผู้ร้ายปล้น

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · ดูปลาตร์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายเชียร คช+
ศาลอุทธรณ์ - พระทิพย์ปัญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2500

คนร้ายลักโคจูงมาระหว่างทางพบจำเลย จำเลยช่วยคนร้ายไล่ต้อนโคโดยรู้ว่าเป็นโคของผู้อื่นและเมื่อพวกเจ้าทรัพย์มาพบก็วิ่งหนีไปด้วยกัน ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้สมคบหรือสมรู้กับคนร้ายในการลักทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2498

จำเลยร่วมรู้กับตัวการในการวิ่งราวทรัพย์ แต่จำเลยมิได้ลงมือทำการวิ่งราวด้วยพฤติการณ์ยังชี้ไม่ได้ว่ามีการแบ่งแยกหน้าที่กันทำ จำเลยเป็นแต่ให้รถเพื่อใช้เป็นกำลังพาหนะเท่านั้นการกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1825/2497

จำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งเข้าทำการชิงทรัพย์นอกจากนี้แล้วยังมีพรรคพวกซึ่งมาด้วยกันแล้วหลบหนีไปด้วยกันอีก บรรดาพรรคพวกนั้นยืนคุมเชิงอยู่ในลักษณะเตรียมร่วมมือด้วย นับได้ว่าจำเลยได้สมคบกับพวกมีจำนวนตั้งแต่ 3…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2496

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยสมคบกันวิ่งราวทรัพย์ผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 297,63 จำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ว่า จำเลยผิดเพียงฐานสมรู้และแก้โทษเป็นจำคุก 2 ปี ดังนี้เป็นการแก้บทและแก้กำหนดโทษ จึงเป็นการแก้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2482

อยู่ในที่เกิดเหตุด้วยกันแล้วพวกที่อยู่ด้วยกันถืออาวุธเข้าชิงทรัพย์เขาไปชิงได้แล้วก็พากันวิ่งหนีไปด้วยกัน ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยสมคบกันปล้นทรัพย์

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้