Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1389/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นตำรวจประจำอยู่ในกรุงเทพฯ พากันไปแกล้งจับผู้เสียหายที่จังหวัดนครนายก หาว่าเล่นสลากกินรวบขอค้นบ้าน แล้วงัดลิ้นชักโต๊ะหยิบเอาเงินและปืนไปเพื่อประโยชน์แก่ตน ดังนี้ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 แล้ว แม้จำเลยจะหยิบเอาเงินและปืนนั้นไปเองก็ดี แต่เมื่อเป็นเพราะเหตุที่จำเลยเป็นเจ้าพนักงานผู้เสียหายจึงไม่กล้าแย่งคืน หรือเพราะผู้เสียหายอาจจะเข้าใจว่าจำเลยเอาไปเป็นวัตถุพยาน ดังนั้น จึงถือได้ว่าผู้เสียหายได้มอบให้แก่จำเลยตามความหมายของมาตรานี้แล้ว และเมื่อจำเลยมีความผิดตามมาตรา 148 แล้ว ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยถึงมาตรา 157 อันเป็นบทลงโทษทั่วไปซึ่งมีอัตราโทษน้อยกว่าอีก (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 16/2506 เฉพาะที่เกี่ยวกับมาตรา 148)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า พลตำรวจสนิท จำเลยที่ 1 เป็นตำรวจสังกัดกองตำรวจสันติบาล ปทุมวัน พลตำรวจจิตร จำเลยที่ 2 สังกัดกองบังคับการกองปราบปรามปทุมวัน พลตำรวจสุรศิลป์เป็นตำรวจประจำสถานีตำรวจนครบาลเรือนจำกลางคลองเปรม มีอำนาจหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดได้ทั่วราชอาณาจักร (ส่วนนายสนุ่นจำเลยที่ 4 เป็นราษฎร) จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันกระทำผิดหลายกระทง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 149, 157, 309, 310, 83, 86 พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) มาตรา 6(2) และขอให้ริบของกลาง กับให้จำเลยคืนเงินที่ยังไม่ได้คืนจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1, 2, 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 157, 309, 310, 83 จำเลยที่ 3 ผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ

พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) มาตรา 6(2) อีกกระทงหนึ่งด้วย แต่ให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 ซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา 90, 91จำคุกคนละ 6 ปี ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 4 เสีย เครื่องแบบตำรวจของกลางให้ริบ ส่วนเงิน 400 บาทคืนให้จำเลยที่ 3 คำขออื่นให้ยกเสียจำเลยที่ 1, 2, 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ ลงโทษจำคุก 3 เดือน ยกฟ้องจำเลยที่ 1, 2โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1, 2, 3ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุเวลาราว 17 น. นางสังวาลย์ไปเก็บผักห่างบ้าน (ที่ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนาจังหวัดนครนายก) ราว 3 เส้น นายหนูสามีไปธุระยังไม่กลับ ที่บ้านมีแต่นางสาวอำไพบุตรสาว

ขณะนั้นฝนตก นายโหนนายลำพึงนายชื้นนายศักดิ์ได้มายืนหลบฝนอยู่ที่ใต้ชายคาหน้าบ้าน มีรถยนต์แท็กซี่มาจอดที่ถนนหน้าบ้าน จำเลยที่ 1, 2 ลงจากรถมายังคนที่หลบฝนอยู่จำเลยที่ 3 แต่งเครื่องแบบสิบตำรวจโท จำเลยที่ 1, 2 ไม่ได้แต่งเครื่องแบบ จำเลยที่ 3 พูดขอตรวจค้น แล้วบังคับให้นายโหนกับพวกเข้าไปในบ้านนางสังวาลย์ โดยจำเลยที่ 1, 2, 3 ตามเข้าไปด้วยจำเลยที่ 3 ค้นได้กระดาษเขียนตัวเลขจากนายศักดิ์ นายศักดิ์ว่าเป็นของเขา จำเลยที่ 3 ก็เอากระดาษวางบนโต๊ะเขียนหนังสือ พอดีนางสังวาลย์กลับมา จำเลยที่ 1 บอกว่าเป็นนายร้อยมาจากกรุงเทพฯจะขอค้นสลากกินรวบและชูบัตรขนาด 3 นิ้วให้ดู นางสังวาลย์ยอมให้ค้นขึ้นไปค้นชั้นบนไม่ได้อะไร จึงขอค้นโต๊ะที่ชั้นล่าง

นางสังวาลย์บอกว่าสามีเอาลูกกุญแจไป จำเลยที่ 3 ก็ใช้ขวานตีเหล็กเข้าไปที่ช่องลิ้นชักงัดออกมา หยิบเอาปืนวอลเทอร์ 1 กระบอกกับธนบัตร5,000 กว่าบาทขึ้นมาวางบนโต๊ะ จำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 เขียนบันทึกให้ผู้ที่ถูกจับลงชื่อ แล้วจำเลยที่ 1 บอกว่าใช้ไม่ได้ และเขียนเองให้นางสังวาลย์นายศักดิ์นายลำพึงนายชื้นลงชื่อเสร็จแล้วเอาแต่นางสังวาลย์กับนายศักดิ์ไปขึ้นรถ จำเลยที่ 3 หยิบธนบัตรและปืนไปด้วย นางสังวาลย์ถามว่าจะไปไหน จำเลยที่ 1 บอกว่าไปกรุงเทพฯ แต่จะแวะลงประจำวันที่สถานีตำรวจบ้านนาก่อน เมื่อขึ้นรถแล้วรถบ่ายโฉมหน้าไปกรุงเทพฯ คนละทางกับอำเภอบ้านนาจำเลยที่ 4 เป็นคนขับรถ นางสังวาลย์ถามว่าทำไมไปทางนี้จำเลยที่ 1 ว่าไปสถานีตำรวจบ้านนาเสียเวลา

จะไปสถานีตำรวจวิหารแดงแต่แล้วรถจำเลยก็ขับผ่านสถานีตำรวจวิหารแดงโดยไม่แวะ นางสังวาลย์ถามก็ไม่ตอบ พอถึงตำบลโคกกระต่ายจำเลยที่ 3 ก็ถอดเครื่องแบบออกพอถึงเขาโป่งแร้ง พอดีมืดก็หยุดรถ จำเลยที่ 1 ถือปืนลงจากรถนางสังวาลย์ว่านี่เขาโป่งแร้ง จำเลยที่ 1 พูดว่านี่แหละถึงที่ตายพอดีรถนายนาคกำนันกับตำรวจสายตรวจตามมาทัน จับจำเลยส่งสถานีตำรวจบ้านนา นางสังวาลย์แจ้งความว่าจำเลยปล้นทรัพย์และทุจริตต่อหน้าที่จำเลยแจ้งว่ามาจับการพนันสลากกินรวบ เจ้าหน้าที่สอบสวนแล้วเห็นว่า นางสังวาลย์ไม่ได้กระทำผิดฐานเล่นสลากกินรวบ นายศักดิ์กระทำผิดแต่ผู้เดียว ส่วนจำเลยได้ความว่าทุจริตต่อหน้าที่ ขู่เข็ญเอาทรัพย์ ทำให้เสียอิสรภาพปัญหามีว่า

จำเลยทั้งสามจะมีผิดตามกฎหมายบทใด ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสามเป็นตำรวจมีอำนาจหน้าที่จะจับกุมผู้ที่ตนเข้าใจว่ากระทำผิดอาญาได้ทั่วประเทศไทยการที่จำเลยแกล้งจับนางสังวาลย์หาว่าเล่นสลากกินรวบแล้วงัดลิ้นชักโต๊ะหยิบเอาเงินและปืนไปเพื่อประโยชน์แก่ตนเอง เช่นนี้ได้ชื่อว่าจำเลยใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจให้นางสังวาลย์มอบเงินและปืนให้จำเลย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 แล้ว แม้จำเลยจะหยิบเอาไปเองก็ดี แต่เพราะเหตุที่จำเลยเป็นเจ้าพนักงาน นางสังวาลย์จึงไม่กล้าแย่งคืน หรืออาจจะเข้าใจว่าจำเลยเอาไปเป็นวัตถุพยาน จึงถือได้ว่านางสังวาลย์ได้มอบให้แก่จำเลยตามความหมายของมาตรา 148 และเมื่อผิดตามมาตรา 148 แล้วก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยถึงมาตรา 157 อีก เพราะมาตรา 157 เป็นบทลงโทษทั่วไป มีอัตราโทษน้อยกว่าพิพากษาแก้ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บริรักษ์จรรยาวัตร · จิตติ ติงศภัทิย์ · พจน์ ปุษปาคม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2159/2518

จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีหน้าที่สืบสวนและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย ได้ร่วมกันตรวจค้นพบกัญชาและกล้องสูบกัญชาซึ่งเป็นของผิดกฎหมายในบ้านพักของ ว. แล้วไม่จับกุมนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2510

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นตำรวจประจำสถานีตำรวจทุ่งวังอำเภอเมืองสงขลา จำเลยที่ 2 เป็นผู้คุมเรือนจำประจำเรือนจำเขตสงขลาได้ร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจเพื่อให้ผู้อื่นมอบเงินให้อันเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2934/2566

จำเลยที่ 1 ตำแหน่งนายกเทศมนตรี มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและรับผิดชอบในการบริหารราชการของเทศบาลให้เป็นไปตามกฎหมาย กับมีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อและสั่งจ้างในฐานะที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารของหน่วยการบริหารราชก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4789/2565

การที่จะเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149 จะต้องได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม ส. โดยชอบ กล่าวคือ จับกุมขณะ ส. กำลังเล่นการพนัน แล้วหลังจากนั้นจึงเรียกรับเงินจาก ส. เพื่อที่จะไม่ดำเนินคดี เมื่อจำเลยกับพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6812/2561

การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า ร. ปลัดอำเภอรักษาการในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตร มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร บัตรประจำตัวประชาชนและการทะเบียนอื่นๆ ที่อยู่ในคว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้