Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง การที่โจทก์เลิกจ้างจำเลยในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลบังคับเนื่องจากต้องการปรับปรุงระบบการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการแข่งขันด้านธุรกิจมีความเจริญก้าวหน้าและกำไรมากขึ้น มิใช่ความจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขเพื่อให้กิจการดำรงอยู่ต่อไปได้ ไม่เข้าข้อยกเว้นตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 123 จึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม แม้โจทก์ได้จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ให้แก่จำเลยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและตามข้อบังคับการทำงานครบถ้วน ก็เป็นเงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างในการเลิกจ้างกรณีปกติ มิใช่เป็นการจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากการกระทำอันไม่เป็นธรรมแก่จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ 328 ถึง 330/2542 ลงวันที่ 26พฤษภาคม 2542 และหากศาลเห็นว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ก็ขอให้ลดจำนวนค่าเสียหายลงด้วย

จำเลยทั้งสิบสามให้การทำนองเดียวกันขอให้ยกฟ้อง และจำเลยที่ 13ขอให้โจทก์ชดใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของเงินที่ได้รับตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ นับถัดจากวันที่มีคำสั่งเป็นต้นไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 13 เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานก่อนที่สหภาพแรงงานจะยื่นข้อเรียกร้อง และเมื่อข้อเรียกร้องสามารถตกลงกันได้ และทำบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้แล้ว ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างย่อมใช้บังคับแก่พนักงานของโจทก์ทุกคน จำเลยที่ 13 จึงเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องดังกล่าวด้วย สำหรับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123 มุ่งมิให้นายจ้างกลั่นแกล้งลูกจ้าง แม้จะได้กำหนดเหตุแห่งการเลิกจ้างไว้เพียง 5 ประการ แต่ก็มิได้หมายความว่า เมื่อนายจ้างมีเหตุจำเป็นนอกเหนือจากเหตุผลเลิกจ้างดังกล่าวแล้วนายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องไม่ได้ โดยไม่คำนึงถึงฐานะและสภาพทางเศรษฐกิจหรือความจำเป็นของนายจ้างประการอื่นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ต้องการพัฒนาระบบสารสนเทศโดยเตรียมการที่จะนำระบบคอมพิวเตอร์เอสเอพี

มาใช้ปฏิบัติงานสารสนเทศแทนระบบเดิม โดยมีศูนย์อำนวยการด้านข้อมูลภาคเอเซียแปซิฟิกที่ประเทศมาเลเซีย ทำให้งานของฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศไม่มีความจำเป็นต้องทำในประเทศไทยต่อไป ศูนย์อำนวยการสารสนเทศที่ประเทศมาเลเซีย กำหนดให้โจทก์มีพนักงานเพียง 6 คนจากเดิม 13 คน โจทก์จึงเลิกจ้างพนักงานในฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 6 คน ที่เกินความจำเป็นซึ่งรวมถึงจำเลยที่ 13 ด้วย และโจทก์ไม่มีตำแหน่งอื่นที่เหมาะสมแก่ความรู้ความสามารถของจำเลยที่ 13 อีกทั้งโจทก์ได้จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยพิเศษให้แก่จำเลยที่ 13 ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และตามข้อบังคับการทำงานครบถ้วนแล้ว การเลิกจ้างจำเลยที่ 13 จึงเป็นกรณีที่มีเหตุผลและเป็นการสมควร มิใช่เป็นการกลั่นแกล้งอันจะถือได้ว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มาตรา 123 พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ 328 ถึง 330/2542 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2542

จำเลยทั้งสิบสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะไม่ได้กลั่นแกล้งจำเลยที่ 13 เพราะเมื่อโจทก์ปรับปรุงระบบการทำงานดังกล่าวแล้วจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานที่ไม่จำเป็นลงบางส่วนรวมทั้งจำเลยที่ 13 ด้วย และไม่มีตำแหน่งอื่นที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถของจำเลยที่ 13 โจทก์จึงจำเป็นต้องเลิกจ้างจำเลยที่ 13 ก็ตาม แต่ขณะที่โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 13 นั้น โจทก์ก็ยังดำเนินกิจการได้เป็นปกติ มิได้ประสบภาวะขาดทุนหรือประสบปัญหาอื่นใดจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้หากมิได้ทำการปรับปรุงระบบการทำงานจนต้องลดจำนวนพนักงานลงดังกล่าวแต่อย่างใด แต่กลับปรากฏว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 13 เนื่องจากต้องการปรับปรุงระบบการทำงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการแข่งขันด้านธุรกิจหรืออีกนัยหนึ่งคือเพื่อให้กิจการของโจทก์เจริญก้าวหน้ามากขึ้นและมีกำไรมากขึ้นนั่นเอง

แม้ว่าโจทก์จำเป็นต้องเลิกจ้างจำเลยที่ 13 ก็ตาม แต่มิใช่ความจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้เพื่อให้กิจการของโจทก์ดำรงอยู่ต่อไปได้ กรณีไม่เข้าข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123 ดังนั้นการที่โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 13 จึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123 แม้โจทก์ได้จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยพิเศษให้แก่จำเลยที่ 13 ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและตามข้อบังคับการทำงานครบถ้วนแล้วก็ตามก็เป็นเงินต่าง ๆ ที่นายจ้างต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างในการเลิกจ้างกรณีปกติ มิใช่เป็นการจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากการกระทำอันไม่เป็นธรรมแก่จำเลยที่ 13 แต่อย่างใด ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ 328 ถึง 330/2542 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2542 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 12 ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
หัสดี ไกรทองสุก · กมล เพียรพิทักษ์ · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายนพรัตน์ รุพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710790)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 706930)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5712/2561

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 123 บัญญัติห้ามไม่ให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำชี้ขาดมีผลใช้บังคับ เว้นแต่ลูกจ้างกระทำความผิดต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15347/2558

แม้ผู้กล่าวหาซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์จะมิได้ร่วมลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องมาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อภายหลังจากฝ่ายลูกจ้างแจ้งข้อเรียกร้อง ฝ่ายโจทก์กับฝ่ายลูกจ้างมีการเจรจากันตามกฎหมายแล้วแต่ไม่สามารถตกลงกัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3943/2557

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 121 ไม่ได้บัญญัติให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ต้องวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างที่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมต้องใช้เหตุเลิกจ้างเฉพาะที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างเท่านั้น จะยกเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้