Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13989/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจค้นพบกัญชาอัดแท่งของกลางแล้วจับจำเลยที่ 1 และที่ 2 และสอบถามเกี่ยวกับของกลาง ในระหว่างนั้น ด. ได้โทรศัพท์มาที่โทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยที่ 1 บอกเปลี่ยนสถานที่ส่งกัญชาอัดแท่ง โดยให้ส่งแก่ ก. เจ้าพนักงานตำรวจจึงควบคุมพาจำเลยที่ 1 และที่ 2 เดินทางไปเพื่อติดต่อส่งกัญชาอัดแท่งให้แก่ ก. ตามที่ ด. สั่ง แล้วให้จำเลยที่ 1 โทรศัพท์ติดต่อนัดพบ ก. เมื่อพบ ก. กับพวกแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจจึงแสดงตัวทำการจับจำเลยที่ 3 และที่ 4 นั้น เป็นแต่เพียงการสืบสวนขยายผลติดตามจับผู้กระทำผิดตามกฎหมายไปตามปกติของเจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งกระทำอยู่แล้ว กรณีจึงถือไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานสอบสวน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 7 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 8 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 76/1 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 4 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 6 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 7 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 26, 76/1, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 4, 6, 7, 8 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 92 ริบของกลางทั้งหมด และเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีนี้ที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 26 วรรคสอง, (ที่ถูก มาตรา 26 วรรคสอง), 76/1 วรรคสอง พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 6, 7, 8 วรรคสอง (ที่ถูกมาตรา 8 วรรคสอง) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ซึ่งแต่ละบทมีระวางโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ 15 ปี และปรับคนละ 900,000 บาท เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 92 หนึ่งในสาม เป็นจำคุก 20 ปี และปรับ 1,200,000 บาท

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี และปรับ 600,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 7 ปี 6 เดือน และปรับ 450,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 การกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกินกว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินสองปี ริบกัญชา โทรศัพท์เคลื่อนที่และซิมการ์ดของกลาง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยศาลฎีกาอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ภายหลังจับกุมจำเลยที่ 1 และที่ 2 พร้อมตรวจยึดกัญชาอัดแท่งของกลางได้เจ้าพนักงานตำรวจทำการสอบสวนเบื้องต้นแล้วจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพและจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานสอบสวน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ให้ความร่วมมืออย่างดีโดยลักษณะที่เจ้าพนักงานตำรวจเป็นผู้ใช้ให้ติดต่อเพื่อล่อให้ผู้ค้ามารับกัญชาอัดแท่งตามจุดนัดหมาย มีเจ้าพนักงานตำรวจไปถึงจุดนัดหมายก่อนเวลานัดโดยได้ทราบตำหนิรูปพรรณ การแต่งกายจำเลยที่ 3 และที่ 4 ที่จะมารับกัญชาอัดแท่งจนเป็นเหตุให้จับกุมจำเลยที่ 4 ได้

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า ศาลจะลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำได้หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามบันทึกการจับกุมและบันทึกคำให้การของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวนที่ว่า เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบกัญชาอัดแท่งของกลางแล้วจับกุมจำเลยที่ 1 และที่ 2 และสอบถามเกี่ยวกับของกลาง ในระหว่างนั้น นายดำได้โทรศัพท์มาที่เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยที่ 1 บอกเปลี่ยนสถานที่ส่งกัญชาอัดแท่งไปที่คลอง 2 จังหวัดปทุมธานีแทน โดยให้ส่งแก่นายก๊อฟ เจ้าพนักงานตำรวจจึงควบคุมตัวพาตัวจำเลยที่ 1 และที่ 2 เดินทางไปคลอง 2 จังหวัดปทุมธานี เพื่อติดต่อส่งกัญชาอัดแท่งให้แก่นายก๊อฟตามที่นายดำสั่ง แล้วให้จำเลยที่ 1 โทรศัพท์ติดต่อนัดพบนายก๊อฟ

เมื่อพยานพบนายก๊อฟกับพวกแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจจึงแสดงตัวทำการจับกุมจำเลยที่ 3 และที่ 4 นั้น เป็นแต่เพียงการสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมายไปตามปกติของเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งต้องกระทำเช่นนั้นอยู่แล้ว กรณีจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งศาลจะลงโทษจำเลยที่ 1 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/1 วรรคสอง และมาตรา 100/2 ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิจิตร วิสุชาติ · พินิจ สายสอาด · สุรศักดิ์ วิมลรัตน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายธนทัต แท่งทอง
ศาลอุทธรณ์ - นายเถกิงศักดิ์ คำสุระ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.1994/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ331/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ303/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 586/2549

แม้จำเลยมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตลอดมาและจำเลยเป็นผู้สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนจาก ย. แต่การที่จำเลยกำหนดให้ ย. นำเมทแอมเฟตามีนไปส่งมอบวันใดก็ได้ภายในหนึ่งสัปดาห์โดยให้นำไปซุกซ่อนไว้ที่ริมถนนแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7301/2561

การที่จำเลยที่ 2 ร่วมเดินทางไปกับจำเลยที่ 1 โดยเป็นคนขับรถยนต์ให้จำเลยที่ 1 และไปจอดรถยนต์เพื่อรอรับกัญชาของกลางจาก ว. เป็นจำนวนถึง 7.95 กิโลกรัม ในบริเวณที่จำเลยที่ 1 นัดหมายกับ ว. ทางโทรศัพท์ในระหว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7243/2560

โจทก์บรรยายฟ้องข้อ 1.1 และข้อ 1.2 แยกต่างหากจากกัน โดยฟ้องโจทก์ข้อ 1.1 เป็นการบรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตาม พ.ร.บ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15055/2558

ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า มีการจับกุม ป. โดยการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนเมื่อเวลา 18.25 นาฬิกา หลังจากนั้นพันตำรวจตรี ธ. ขอให้ศาลออกหมายค้นร้านเสริมสวยพูนศิริบิวตี้และไปตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนพร้อมกับอาว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13926/2556

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 40 1/2 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าว คดีของจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนยุติตามคำพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้