Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1404/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยหลบหนีการคุมขังตามคำพิพากษาคดีเดิม และถูกจับมาฟ้องฐานหลบหนีการควบคุมเป็นคดีใหม่ การที่ศาลให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากคดีเดิมนั้น จะให้หักวันต้องขังระหว่างคดีออกจากระยะเวลาจำคุกไม่ได้ เพราะเป็นการหักวันต้องขังซ้อนกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ มูลคดีสืบเนื่องมาจากจำเลยต้องโทษจำคุกฐานรับของโจรมีกำหนด 4 เดือน นับแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2504 ครั้นวันที่ 21 พฤศจิกายน 2504 จำเลยหลบหนีการคุมขังและถูกจับตัวในวันรุ่งขึ้นจึงได้ถูกนำตัวมาฟ้องคดีนี้

จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลย 4 เดือน โดยให้นับโทษต่อจากคดีอาญาแดงที่ 368/2504 แต่จำเลยต้องขังมาแล้ว 51 วัน ให้หักออกเสียโจทก์ยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้แก้หมายจำคุกใหม่ โดยไม่หักวันต้องขัง 51 วันให้จำเลยศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามหมายจำคุก 4 เดือน นับแต่วันที่ 1 สิงหาคม2504 หากจำเลยต้องโทษจำคุกตลอดมาก็จะครบกำหนดโทษวันที่ 28 พฤศจิกายน 2504 แต่จำเลยหลบหนีไปก่อนครบกำหนดโทษเมื่อวันที่ 21พฤศจิกายน 2504 และถูกจับในวันรุ่งขึ้น ฉะนั้น โทษจำคุกคดีเดิมจึงต้องเลื่อนวันครบกำหนดโทษไปอีก 1 วัน ซึ่งถ้าหากจำเลยไม่ต้องคำพิพากษาในคดีนี้แล้วจำเลยก็จะได้รับการปลดปล่อยในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2504ฉะนั้น

โทษจำคุกตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีนี้ซึ่งได้นับโทษต่อจากวันพ้นโทษในคดีเดิมจึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2504 เป็นต้นมาจำเลยต้องคำพิพากษาให้จำคุกในคดีนี้ 4 เดือน จึงครบกำหนดในวันที่ 29 มีนาคม 2505 แต่ถ้าหากถือตามหมายจำคุกของศาลชั้นต้นที่ให้หักวันต้องขังให้จำเลย 51 วัน และให้นับโทษต่อจากวันพ้นโทษในคดีเดิมด้วยแล้ว แทนที่จำเลยจะต้องจำคุก 4 เดือน หรือ 120 วันตามคำพิพากษา เมื่อหักเสีย 51 วันแล้ว จำเลยคงต้องจำคุกเพียง 69 วัน เท่านั้น และวันครบกำหนดโทษจำคุกของจำเลยจะร่นเข้ามาเป็นวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2504 แทนที่จะเป็นวันที่ 29 มีนาคม 2504 ฉะนั้นการที่ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกให้นับโทษต่อจากวันพ้นโทษในคดีเดิมและให้หักวันต้องขัง 51 วันให้ด้วยนั้น จึงยังไม่ถูกต้อง

เพราะเป็นการหักวันต้องขังให้ซ้อนกัน ถ้าหากศาลชั้นต้นจะหักวันต้องขัง 51 วันซึ่งคิดถึงวันที่ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว ก็ควรจะต้องเริ่มนับโทษจำคุกตั้งแต่วันศาลชั้นต้นพิพากษา ไม่ใช่นับจากวันพ้นโทษในคดีเดิมพิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นแก้หมายจำคุกจำเลยเสียใหม่ โดยไม่หักวันต้องขัง 51 วันให้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยง เหลืองรังษี · ประมูล สุวรรณศร · เสนอ บุณยเกียรติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 194/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอื่นและมีคำขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีดังกล่าว เป็นการบรรยายข้อเท็จจริงในส่วนนี้แล้ว โดยไม่จำต้องระบุรายละเอียดว่า คดีดังกล่าวศาลพิพากษาลงโทษจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1929/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังวันที่ 4 กันยายน 2556 โดยศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในวั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3178/2565

ป.อ. มาตรา 91 ให้อำนาจศาลพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิดทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปและกรณีที่ความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปีแต่ไม่เกินสิบปี รวมโทษจำคุกทั้งสิ้นแล้วต้องไม่เกินยี่สิบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3042/2562

แม้ขณะศาลชั้นต้นสอบคำให้การจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นมิได้สอบจำเลยทั้งสองว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อหรือไม่ก็ตาม แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงชัดแจ้งว่าจำเลยทั้งสองเป็นบุคคลคนเดียวกับ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้