คำฟ้องและคำให้การ
ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องว่าเรือนที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้อง ขอให้ถอนการยึดโจทก์ว่าเรือนที่ยึดเป็นของจำเลยปลูกอยู่ในที่ดินของผู้ร้องศาลชั้นต้นฟังว่า เรือนเป็นของจำเลย ให้ยกคำร้องของผู้ร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาในข้อกฎหมายว่า เรือนพิพาทเป็นส่วนควบกับบ้านหลังเดิม เมื่อฟังว่าบ้านหลังเดิมเป็นของผู้ร้อง เรือนพิพาทก็ต้องเป็นของผู้ร้องด้วยศาลฎีกาพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมีว่า จำเลยได้สร้างเรือนพิพาทขึ้นเพื่ออยู่กับครอบครัวโดยแยกจากผู้ร้อง ผู้ร้องมีเรือน 2 หลังแฝดอยู่แล้วไม่มีเหตุผลอะไรต้องสร้างขึ้นอีกเรือนพิพาทปลูกติดกับนอกชานเรือนผู้ร้อง เอาเสาต้นสั้นเกาะจากนอกชานถ้าไม่อาศัยเสานอกชานบ้านเก่าด้วย จะปลูกไม่ได้ เช่นนี้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า เรือนพิพาทมิได้เป็นสาระสำคัญในความเป็นอยู่ของเรือนผู้ร้อง และอาจแยกจากกันได้โดยไม่ทำให้เรือนผู้ร้องเสียหายหรือเปลี่ยนรูปทรงอย่างใด เรือนพิพาทจึงมิใช่ส่วนควบของเรือนผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107 ศาลฎีกาพิพากษายืน