Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1426/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยาได้ช่วยกันประกอบอาชีพทำให้มีทรัพย์สินเพิ่มทวีขึ้นซึ่งโจทก์จำเลยมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน เมื่อศาลพิพากษาให้หย่าขาดจากกัน โจทก์จำเลยต่างมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวคนละกึ่งหนึ่ง เป็นการกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของรวมกับจำเลยโจทก์มีสิทธิขอแบ่งจากจำเลยในฐานะที่เป็นเจ้าของรวมได้ แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า โจทก์มีส่วนร่วมในการทำมาหาได้ในทรัพย์สินร่วมกับจำเลย โจทก์ก็ไม่มีสิทธิแบ่งทรัพย์สินนั้นจากจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายจำเลยได้จงใจละทิ้งร้างโจทก์ไปเกินกว่า 1 ปี และไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์ ระหว่างอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาได้ช่วยกันประกอบอาชีพทำให้มีทรัพย์สินเพิ่มทวีขึ้น โจทก์และจำเลยต่างมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวคนละครึ่ง ขอให้บังคับจำเลยหย่าขาดกับโจทก์ ให้แบ่งสินสมรสและจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์จำเลยให้การว่า การสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1452 และ 1496 เพราะขณะที่โจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยนั้น โจทก์มีคู่สมรสอยู่ก่อนแล้ว จำเลยได้ให้การอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ตลอดมา และมิได้ละทิ้งร้างโจทก์เกินกว่า 1 ปี แต่โจทก์กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง

โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นขอให้ใส่ชื่อโจทก์ในทรัพย์สินซึ่งจำเลยถือครองอยู่ และยังได้ยื่นฟ้องจำเลยขอให้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้อนตามมาตรา 173 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะโจทก์ขอให้แบ่งทรัพย์สินมูลค่าครึ่งหนึ่ง โดยมิได้บรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์ ทรัพย์สินต่าง ๆ ตามที่โจทก์ฟ้องขอแบ่งไม่ใช่สินสมรส เพราะโจทก์จำเลยไม่ใช่สามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายทั้งเป็นทรัพย์สินที่จำเลยทำมาหาได้แต่ฝ่ายเดียว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยซึ่งจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2523 ปรากฏตามทะเบียนสมรสท้ายฟ้องหมายเลข 1 หรือหมาย

จ.17 เป็นโมฆะ ให้จำเลยแบ่งทรัพย์สินแก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง การแบ่งทรัพย์ระหว่างโจทก์จำเลยหากตกลงกันไม่ได้ก็ให้ประมูลราคาระหว่างกันเองหรือขายทอดตลาดแล้วแบ่งเงินกันคนละครึ่ง คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามฎีกาจำเลยว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินจากจำเลยในฐานะเจ้าของรวมหรือไม่ เห็นว่า

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย ระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภริยาได้ช่วยกันประกอบอาชีพทำให้มีทรัพย์สินเพิ่มทวีขึ้นมีมูลค่า 245,600,000 บาท ปรากฏตามรายละเอียดในบัญชีทรัพย์เอกสารท้ายฟ้อง ทรัพย์สินเหล่านี้โจทก์จำเลยมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน เมื่อศาลพิพากษาให้หย่าขาดจากกันโจทก์จำเลยต่างมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวคนละกึ่งหนึ่ง เป็นการกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของรวมกับจำเลย โจทก์มีสิทธิขอแบ่งจากจำเลยในฐานะที่เป็นเจ้าของรวมได้ แต่โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าโจทก์มีส่วนร่วมในการทำมาหาได้ในทรัพย์สินที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยแบ่งให้โจทก์โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะแบ่งทรัพย์สินเหล่านั้นจากจำเลยพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2598/2526

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นสามีจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมายระหว่างอยู่กินด้วยกันเกิดสินสมรสหลายอย่าง โจทก์ขอแบ่งจากจำเลยครึ่งหนึ่ง เท่ากับโจทก์กล่าวอ้างว่าทรัพย์สินที่เรียกว่าสินสมรสนั้นโจทก์เป็นเจ้าของรวมก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3787/2565

เมื่อศาลพิพากษาให้เพิกถอนการโอนห้องชุดกึ่งหนึ่ง ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 แล้ว ห้องชุดดังกล่าวกลับเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2711/2562

แม้โจทก์และจำเลยทั้งสองจะไม่มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินมรดกทั้งสามแปลง แต่ที่จำเลยทั้งสองคัดค้านมิให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดก ทั้งมิได้ขอเป็นผู้จัดการมรดก ทำให้ไม่มีผู้มีหน้าที่ทำการแบ่งปันที่พิพาทดังกล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16057/2555

คดีนี้นอกจากโจทก์จะฟ้องขอให้กำจัดมิให้จำเลยได้รับมรดกทั้งหมดของ ร. แล้ว โจทก์ยังฟ้องเรียกทรัพย์มรดกทั้งหมดจาก ร. มาเป็นของโจทก์ กรณีจึงเป็นไปตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (2) การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9577/2552

ขณะจำเลยได้รับสิทธิในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลง จำเลยอยู่กินฉันสามีภรรยากับโจทก์ โดยยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย แต่สิทธิดังกล่าวก็ถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่จำเลยกับโจทก์ได้มาขณะอย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้