Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2598/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นสามีจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมายระหว่างอยู่กินด้วยกันเกิดสินสมรสหลายอย่าง โจทก์ขอแบ่งจากจำเลยครึ่งหนึ่ง เท่ากับโจทก์กล่าวอ้างว่าทรัพย์สินที่เรียกว่าสินสมรสนั้นโจทก์เป็นเจ้าของรวมกับจำเลย แม้การสมรสระหว่างโจทก์จำเลยจะเป็นโมฆะ หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์จำเลยมีทรัพย์สินเกิดขึ้นจากการทำมาหากินร่วมกันแล้ว โจทก์จำเลยย่อมเป็นเจ้าของรวมโจทก์มีสิทธิฟ้องขอแบ่งจากจำเลยในฐานะที่เป็นเจ้าของรวมได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายระหว่างอยู่กินด้วยกันเกิดสินสมรสหลายรายการ จำเลยไม่ตามไปอยู่ร่วมกับโจทก์ กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อโจทก์ด้วยการดูหมิ่นเหยียดหยามโจทก์ ไม่ดูแลเรื่องอาหารการกิน เล่นการพนันเป็นอาจิณ จำหน่ายและขนย้ายทรัพย์สินไปจนโจทก์ไม่สามารถอยู่ร่วมกับจำเลยได้ ขอบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนหย่ากับโจทก์หากจำเลยไม่ยอมไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยให้จำเลยแบ่งทรัพย์สินให้โจทก์ครึ่งหนึ่งเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท

จำเลยให้การว่า โจทก์หลอกลวงให้จำเลยจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ในขณะที่โจทก์มีคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว การสมรสระหว่างโจทก์จำเลยจึงตกเป็นโมฆะ ทรัพย์สินที่โจทก์ฟ้องขอแบ่งเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่มีอยู่ก่อนจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ซึ่งจำเลยได้ขายไปหมดแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ขณะจำเลยจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ โจทก์มีคู่สมรสอยู่ การสมรสระหว่างโจทก์จำเลยเป็นโมฆะ แต่มีทรัพย์สินที่โจทก์จำเลยทำมาหาได้ร่วมกัน โจทก์มีสิทธิขอแบ่งจากจำเลยในฐานะเจ้าของร่วมได้พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๑๕,๐๐๐ บาท แก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์จำเลยเป็นเจ้าของทรัพย์สินร่วมกัน แต่โจทก์ออกเงินน้อยกว่าจำเลย จึงมีสิทธิเป็นเจ้าของตามส่วนที่ออกเงิน พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระเงิน ๖๙,๕๐๐ บาทแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยข้อแรกที่ว่า คำฟ้องโจทก์ตั้งรูปคดีมาในเรื่องขอหย่าและขอแบ่งสินสมรส มิได้ตั้งรูปคดีมาในเรื่องหุ้นส่วนหรือกรรมสิทธิ์รวม จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินที่เกิดขึ้นในระหว่างอยู่กินได้นั้น โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าโจทก์เป็นสามีจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมายระหว่างอยู่กินด้วยกันเกิดสินสมรสหลายอย่างโจทก์ขอแบ่งจากจำเลยครึ่งหนึ่งเท่ากับโจทก์กล่าวอ้างว่าทรัพย์สินที่เรียกว่าสินสมรสนั้น โจทก์เป็นเจ้าของรวมกับจำเลย หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ร่วมทำมาหากินกับจำเลยและมีทรัพย์สินเกิดขึ้นจากการทำมาหากินร่วมกันแล้ว โจทก์จำเลยย่อมเป็นเจ้าของรวมโจทก์มีสิทธิฟ้องขอแบ่งจากจำเลยในฐานะที่เป็นเจ้าของรวมได้ แต่ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นผู้ออกเงินซื้อทรัพย์สินเองทั้งสิ้นโดยโจทก์มิได้ออกด้วยจำเลยจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว โจทก์ไม่มีสิทธิขอแบ่ง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับการขอแบ่งทรัพย์จากจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สำเนียง ด้วงมหาสอน · สนิท อังศุสิงห์ · พิชัย วุฒิจำนงค์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเธียร ยูงทอง
ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ สิริตระกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1426/2537

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยาได้ช่วยกันประกอบอาชีพทำให้มีทรัพย์สินเพิ่มทวีขึ้นซึ่งโจทก์จำเลยมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน เมื่อศาลพิพากษาให้หย่าขาดจากกัน โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3787/2565

เมื่อศาลพิพากษาให้เพิกถอนการโอนห้องชุดกึ่งหนึ่ง ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 แล้ว ห้องชุดดังกล่าวกลับเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2711/2562

แม้โจทก์และจำเลยทั้งสองจะไม่มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินมรดกทั้งสามแปลง แต่ที่จำเลยทั้งสองคัดค้านมิให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดก ทั้งมิได้ขอเป็นผู้จัดการมรดก ทำให้ไม่มีผู้มีหน้าที่ทำการแบ่งปันที่พิพาทดังกล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16057/2555

คดีนี้นอกจากโจทก์จะฟ้องขอให้กำจัดมิให้จำเลยได้รับมรดกทั้งหมดของ ร. แล้ว โจทก์ยังฟ้องเรียกทรัพย์มรดกทั้งหมดจาก ร. มาเป็นของโจทก์ กรณีจึงเป็นไปตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (2) การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6232/2552

โจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2532 จำเลยที่ 1 และ ส. มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2539 ที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนที่มีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้