Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1447/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย มิได้อุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาแต่ประการใด ฉะนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์นั้น ศาลอุทธรณ์จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 194 การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงใหม่ โดยมิได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์เลยนั้นจึงมิชอบและแม้โจทก์จะมิได้ฎีกาในเรื่องนี้มาก็ตาม แต่เมื่อเป็นปัญหาเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยอุทธรณ์ ศาลฎีกาก็ชอบที่จะยกขึ้นอ้างได้โดยพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๗ เวลากลางวัน จำเลยรู้อยู่แล้วว่ามิได้มีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้น ได้นำเอาข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี ว่าโจทก์ทุจริตนำรถยนต์ยี่ห้อดัทสันซึ่งมิใช่กรรมสิทธิ์ของโจทก์ เป็นหลอกขายให้จำเลยโดยอ้างว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ เป็นเหตุให้จำเลยหลงเชื่อยอมมอบทรัพย์ให้โจทก์เป็นการซื้อขายรถยนต์คันดังกล่าวทำให้จำเลยเสียหาย ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับโจทก์ ข้อความที่จำเลยแจ้งดังกล่าวเป็นความเท็จ ความจริงจำเลยรู้อยู่แล้วว่ารถยนต์คันดังกล่าวอยู่ในระหว่างที่โจทก์เช่าซื้อยังไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์ขายรถยนต์ให้จำเลยโดยให้จำเลยชำระค่าเช่าซื้อต่อไปยังจนครบแล้วผู้ให้เช่าซื้อจะโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์แก่จำเลย จำเลยไม่ชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์จึงยึดรถยนต์กลับคืนมา จำเลยนำความเท็จไปแจ้งแก่พนักงานสอบสวนโดยเจตนาจะแกล้งให้โจทก์ต้องรับโทษทางอาญา ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗,๑๗๒,๑๗๓,๑๗๔

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗,๑๗๒,๑๗๓ และ ๑๗๔ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๗๔ อันเป็นบทหนัก จำคุกจำเลย ๑ ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยได้แจ้งความและให้การไปตามเรื่องราวที่เป็นจริง ไม่มีความผิดฐานแจ้งความเท็จ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา วินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยแจ้งความเท็จ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีผิดตามฟ้อง พิพากษาลงโทษจำคุก ๑ ปี จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า "คำฟ้องของโจทก์ว่า โจทก์ทุจริตนำเอารถซึ่งไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของโจกท์ไปหลอกขายให้แก่จำเลยโดยอ้างว่าเป็นของโจทก์ เป็นเหตุให้จำเลยหลงเชื่อและยอมส่งมอบทรัพย์เพื่อเป็นการซื้อรถยนต์ดังกล่าว ตามที่ถูกโจทก์หลอกลวง แต่ในรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันนั้นไม่มีข้อความดังกล่าวนี้เลย มีแต่เพียงว่า โจทก์หลอกลวงเอารถยนต์ของจำเลยไปจากนายฉลวย คนขับรถของจำเลย เมื่อคำฟ้องไม่ตรงกับคำแจ้งความของจำเลยที่แจ้งไว้กับพนักงานสอบสวนอำเภอหนองขาหย่างที่ปรากฏในรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันที่จำเลยอ้างเป็นพยานติดในสำนวนคดีนี้แล้ว

ศาลก็ย่อมจะได้ยกฟ้องโจทก์เสีย" ส่วนโจทก์ไม่ได้แก้อุทธรณ์ จำเลยมิได้อุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาแต่ประการใด ฉะนั้นในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์นั้น ศาลอุทธรณ์จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๔ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงใหม่ โดยมิได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์เลยนั้นจึงมิชอบ แม้โจทก์จะมิได้ฎีกาในเรื่องนี้มาก็ตาม แต่เมื่อเป็นปัญหาเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยอุทธรณ์ ศาลฎีกาก็ชอบที่จะยกขึ้นอ้างได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บัญญัติ สุชีวะ · สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายสกนธิ์ กฤติยาวงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2059/2522

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีไม้ประดู่และไม้มะค่าโมงแปรรูปเป็นไม้หวงห้ามเกินกว่า 0.20 ลูกบาศก์เมตร โดยไม่เสียค่าภาคหลวงและโดยไม่รับอนุญาต จำเลยต่อสู้ว่าไม้แปรรูปของกลางเกิดในที่ดินของผู้มีชื่อจึงเป็นไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1547/2519

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานแจ้งความเท็จจำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย มิได้อุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาแต่ประการใด ฉะนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2024/2517

คดีที่ศาลแขวงพิพากษายกฟ้องและอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯ นั้น ศาลอุทธรณ์จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลแขวงวินิจฉัยมาแล้วเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4317/2567

คดีนี้แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องคดีส่วนอาญาว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ เนื่องจากขาดเจตนาทุจริต แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ต้องวินิจฉัยคดีส่วนแพ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 47 ต่อไป โดยไม่ต้องคำนึงถึง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 690284)

การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยไม่มีอำนาจร้องทุกข์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงเพียงว่าโจทก์ร่วมมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันพิพาท ไม่ชอบที่จะนำรถออกให้จำนำได้ โดยมิได้รั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้