Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1449/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 288 ต้องเป็นกรณีที่กล่าวอ้างว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษามิใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ยึด เมื่อปรากฏว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นอยู่ด้วย ศาลก็ต้องยกคำร้องของผู้ร้องเสีย เพราะกรรมสิทธิ์ของเจ้าของรวมแต่ละคนย่อมครอบไปเหนือทรัพย์สินทั้งหมดจนกว่าจะมีการแบ่ง(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 981/2492)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมีโฉนดเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 2 ซึ่งได้จำนองไว้แก่โจทก์เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษา โดยเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้เป็นเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ผู้ร้องทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดเฉพาะส่วนที่เกินจำนวน6 ไร่ 53 วา โดยอ้างว่าผู้ร้องทั้งสี่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท28 ไร่ 2 งาน 48 ตารางวา ส่วนจำเลยที่ 2 มีกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินมีโฉนดดังกล่าวเพียง 6 ไร่ 53 ตารางวาเท่านั้น ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 347/2517 ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรีโจทก์ให้การว่า โจทก์รับจำนองที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 2ซึ่งขณะนั้นมีชื่อจำเลยที่ 2 กับนายมายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันเท่านั้นแม้ผู้ร้องจะอ้างว่ามีสิทธิในที่ดินดังกล่าวตามคำพิพากษาของศาลก็เป็นการได้มาโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมและยังไม่ได้จดทะเบียน จึงยกขึ้นต่อสู้กับโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิจำนองมาโดยเสียค่าตอบแทนโดยสุจริตและได้จดทะเบียนจำนองโดยสุจริตแล้วไม่ได้

ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกคำร้องผู้ร้องทั้งสี่อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า สัญญาจำนองระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 ไม่มีผลผูกพันที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของผู้ร้องทั้งสี่โจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 146 ที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดนั้นมีเนื้อที่ 40 ไร่ 3 งาน 56 ตารางวา ในโฉนดมีชื่อจำเลยที่ 2 กับนายมายเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นส่วนของใครเท่าใด จำเลยที่ 2 ได้จำนองเฉพาะส่วนของตนไว้แก่โจทก์ ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 347/2517 ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ว่าผู้ร้องทั้งสี่มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดพิพาทคิดเป็นเนื้อที่รวมกัน 28 ไร่ 2 งาน 48 ตารางวา เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดินแปลงนี้ไว้ประมาณ 25 ไร่

ผู้ร้องทั้งสี่จึงยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดเฉพาะส่วนที่เกินจำนวน 6 ไร่ 53 ตารางวาโดยอ้างว่าจำเลยที่ 2 มีกรรมสิทธิ์รวมเพียง 6 ไร่ 53 ตารางวาเท่านั้นแล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 288 นั้น การร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ต้องเป็นกรณีที่กล่าวอ้างว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษามิใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ยึด เมื่อผู้ร้องทั้งสี่ร้องขอต่อศาลเช่นนี้ และข้อเท็จจริงปรากฏว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นอยู่ด้วย ศาลก็ต้องยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสี่เสียเพราะกรรมสิทธิ์ของเจ้าของรวมแต่ละคนนั้นย่อมครอบไปเหนือทรัพย์สินทั้งหมดจนกว่าจะมีการแบ่ง ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 981/2492พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสี่ แต่ไม่ตัดสิทธิในการเรียกขอให้แบ่งทรัพย์สินของผู้ร้องหรือเจ้าของรวมอื่นใดที่จะดำเนินต่อการบังคับคดีจากทรัพย์สินที่ยึดนั้นในทางที่ถูกต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน เลิศวิรุฬห์ · สุนทร วรรณแสง · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7063/2544

ขณะที่ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทจำเลยกับผู้ร้องยังอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ร่วมกันประกอบกิจการค้าขายเสื้อผ้าจนกระทั่งจดทะเบียนตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดในเวลาต่อมา ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2553

ข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าระหว่างจำเลยกับ ว. นอกจากจำเลยกับ ว. จะเป็นคู่สัญญาซึ่งกันและกันแล้วยังมีผู้ร้องและบุตรของจำเลยและ ว. อีก 3 คน เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นผู้รับประโยชน์แห่งสัญญาด้วย ข้อตกลงดังกล่าวจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5557/2545

การซื้อขายอาคารอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่คู่สัญญามีความประสงค์จะทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 นั้น ถ้าตราบใดที่ยังมิได้มีการจดทะเบียนต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 174/2504

สามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในเรือนที่โจทก์นำยึดในคดีที่สามีเป็นจำเลยภริยาไม่มีสิทธิร้องขอให้ถอนการยึด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1649/2567

ป.พ.พ. มาตรา 1566 และมาตรา 1574 ให้อำนาจผู้ใช้อำนาจปกครองทำนิติกรรมใด ๆ อันเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ได้เว้นแต่นิติกรรมบางประเภทผู้ใช้อำนาจปกครองต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนจึงจะทำนิติกรรมแทนผู้เยาว์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้