Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7063/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ขณะที่ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทจำเลยกับผู้ร้องยังอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ร่วมกันประกอบกิจการค้าขายเสื้อผ้าจนกระทั่งจดทะเบียนตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดในเวลาต่อมา ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทจึงเป็นทรัพย์ที่ได้มาระหว่างอยู่กินด้วยกัน แม้จะมีชื่อผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ก็ต้องถือว่าเป็นทรัพย์ที่จำเลยและผู้ร้องทำมาหาได้ร่วมกันและมีเจตนาเป็นเจ้าของในทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน จำเลยและผู้ร้องจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน เจ้าของกรรมสิทธิ์รวมไม่มีสิทธิ์ร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินพิพาทคงมีสิทธิเฉพาะที่จะร้องขอกันส่วนในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กชาย ว. ผู้เยาว์แต่เพียงผู้เดียว และให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กชาย ว. ตั้งแต่ พ.ศ. 2528 จนกระทั่งเด็กชาย ว. อายุ 20 ปี เป็นเงิน 1,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมศาลที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถานั้นให้จำเลยนำมาชำระต่อศาลในนามของโจทก์ คำขออื่น นอกจากนี้ให้ยก แต่จำเลยไม่ชำระโจทก์จึงขอหมายบังคับคดี และนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวโดยใช้เงินส่วนตัวซื้อมา จำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อทรัพย์ดังกล่าว ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดคืนผู้ร้อง

โจทก์ให้การว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยึดเป็นของจำเลย ผู้ร้องและจำเลยอยู่กินฉันสามีภริยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรด้วยกัน 2 คน ผู้ร้องไม่ได้ทำงาน จำเลยซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยใส่ชื่อผู้ร้องถือกรรมสิทธิ์เนื่องจากจำเลยเป็นคนต่างด้าว ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้อง ให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับ ให้ถอนการยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยึดไว้และคืนทรัพย์ดังกล่าวให้แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในชั้นฎีกาฟังเป็นยุติได้ว่าผู้ร้องและจำเลยซึ่งเป็นคนสัญชาติญี่ปุ่นอยู่กินฉันสามีภริยากันตั้งแต่ปี 2528 มีบุตรด้วยกัน 2 คน คนแรกเกิดเมื่อ พ.ศ. 2529 คนที่ 2 เกิดเมื่อ พ.ศ. 2531 ต่อมา พ.ศ. 2532 ผู้ร้องจดทะเบียนซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาท พ.ศ. 2536 จำเลยจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด โอ - ทู เท็กซ์ โดยมีจำเลย ผู้ร้อง และนางพัชนิชตา สำลี เป็นหุ้นส่วนผู้ร้องเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการประกอบกิจการค้าขายเสื้อผ้า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทเป็นของผู้ต้องหรือไม่ เห็นว่า ที่ผู้ร้องอ้างว่าผู้ร้องมีอาชีพค้าขายเสื้อผ้าทั้งส่งออกและขายภายในประเทศ

เงินที่ใช้ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทเป็นของผู้ร้องผู้เดียว จำเลยไม่เคยช่วยออกเงินซื้อเลย จำเลยกับผู้ร้องเลิกกันนานแล้ว ผู้ร้องมิได้นำสืบให้ฟังได้โดยชัดแจ้งว่าจำเลยกับผู้ร้องเลิกกันเมื่อใด แต่กลับปรากฏว่าจำเลยจดทะเบียนตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด โอ - ทู เท็กซ์ ภายหลังที่ผู้ร้องซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทพฤติการณ์ดังกล่าวเชื่อได้ว่า ขณะที่ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทจำเลยกับผู้ร้องอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ร่วมกันประกอบกิจการค้าขายเสื้อผ้าจนกระทั่งจดทะเบียนตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดในเวลาต่อมา ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทจึงเป็นทรัพย์ที่ได้มาระหว่างอยู่กินด้วยกันแม้จะมีชื่อผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

ก็ต้องถือว่าเป็นทรัพย์ที่จำเลยและผู้ร้องทำมาหาได้ร่วมกันและมีเจตนาเป็นเจ้าของในทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน จำเลยและผู้ร้องจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ผู้ร้องในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์พิพาท คงมีสิทธิที่จะร้องขอกันส่วนในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ถอนการยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย เกษชุมพล · ชวลิต ศรีสง่า · สุวัตร์ สุขเกษม
ศาลล่าง
ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายภาติยะ ดวงมณี
ศาลอุทธรณ์ - นายพีรพล พิชยวัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1449/2524

การร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 288 ต้องเป็นกรณีที่กล่าวอ้างว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษามิใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ยึด เมื่อปรากฏว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นอยู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 174/2504

สามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในเรือนที่โจทก์นำยึดในคดีที่สามีเป็นจำเลยภริยาไม่มีสิทธิร้องขอให้ถอนการยึด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5144/2533

แม้จำเลยจะมีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ในที่ดินที่เช่าและส่วนของจำเลยกับส่วนของโจทก์ยังไม่ได้แบ่งการครอบครองเป็นส่วนสัดก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ฟ้องจำเลยโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ ซ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3832/2530

ผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกับจำเลยทั้งแปลง มิได้มีกรรมสิทธิ์ส่วนไหนแยกต่างหากไปจากจำเลย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอกันส่วนที่ดินของตนจากที่ดินที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยนำยึดไว้ แต่ชอบท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 595/2530

โจทก์ซื้อที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์จากผู้มีชื่อซึ่งเป็นเจ้าของร่วมกันกับจำเลยโดยยังมิได้มีการแบ่งแยกกันเป็นส่วนสัด โจทก์ย่อมเข้าเป็นเจ้าของรวมในที่ดินดังกล่าวร่วมกับจำเลย การที่จำเลยครอบครองที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้