Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1454/2482

พ.ศ. 2482 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าได้มีการสมัครใจวิวาททำร้ายร่างกายกัน แม้จำเลยที่รับสารภาพและศาลชั้นต้นลงโทษ จะมิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมา ศาลก็ปล่อยจำเลยที่รับสารภาพนั้นได้ คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยหลายฐาน เมื่อศาลชั้นต้นยกข้อหาฐานใดแล้วไม่มีอุทธรณ์ฎีกา ก็ถือว่าความผิดฐานนั้น ๆ เป็นอันยุตติศาลฎีกาไม่ต้องพิจารณาถึง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามสมัครใจชกต่อยกอดปล้ำทำร้ายร่างหายกันไม่ถึงบาดเจ็บในที่สาธารณ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญา ม.๓๓๕(๖),๓๓๘(๓),๒๕๔,๗๑ นายกิม นายอรุณให้การปฏิเสธ นายมิตร์ผู้เดียวรับสารภาพ ศาลชั้นต้น พิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามกฎหมายอาญา ม.๒๓๕(๖) ข้อหาอื่นให้ยก นายกิม นายอรุณอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นางกิมเพียงแต่เข้าไปห้ามมิให้เกิดการทำร้ายกันขึ้นและได้ความว่านายอรุณทำร้ายนายมิตร์ข้างเดียว ถือว่าโจทก์สืบพะยานผิดจากฟ้อง จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยนายกิม นายอรุณจำเลยคดีฉะเพาะตัวนายมิตร์ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อหาตาม ม.๓๓๘(๓) โจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาจึงเป็นอันยุตติ คงพิจารณาแต่เพียงว่าจำเลยสมัครใจวิวาทกันหรือไม่ ในข้อนี้พะยานโจทก์ให้การแตกต่างกัน จะฟังเอกเป็นความจริงไม่ได้ที่ศาลอุทธรณ์ไม่ลงโทษนายกิม นายอรุณนั้นชอบแล้ว และเมื่อไม่ได้ฟังว่าจำเลยได้วิวาทต่อสู้กันนายมิตร์จำเลยซึ่งให้การรับสารภาพและมิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมา ก็ไม่ควรจะต้องได้รับโทษเพราะเป็นเหตุในลักษณะคดี

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยทั้งสามคน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร · วิเศษ · สุทธิอรรถนฤมนตร์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - พระดุลยฑัณฑ์ชนาณัติ
ศาลอุทธรณ์ - หลวงธรรมนูญวุฒิกร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8495/2561

ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้เสียหายแสดงเจตนาสละสิทธิเรียกร้องในหนี้บางส่วนที่มีต่อจำเลยทั้งสอง โดยยังติดใจในหนี้อีกเพียง 500,000 บาท เมื่อจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้เสียหายแล้ว จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 394/2553

การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จะต้องเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยพลการโดยทุจริต มิใช่ได้ทรัพย์ไปเพราะผู้อื่นยินยอมมอบให้เนื่องจากถูกหลอกลวง การที่จำเลยจัดทำใบเบิกเงินทดรองจ่ายไม่ตรงตามความเป็นจริงเบิก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9366/2553

เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาเพื่อขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2552 (เลขอ้างอิง 504515)

ความผิดฐานลักทรัพย์จะเกิดขึ้นได้จะต้องมีการจัดโค่นต้นยางลงก่อน ดังนั้นความผิดฐานทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตและความผิดฐานลักทรัพย์ จึงเกิดขึ้นในคราวเดียวกัน ไม่สามารถแยกเจตนาออกจากกันได้ เป็นการกระท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2551

แม้ฝ่ายผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตาม ป.อ. มาตรา 276 วรรคแรก และฐานพาบุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก แต่การถอนคำร้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้