คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความตามข้อหาและคำรับจำเลยว่าเมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๔๙๗ ขณะที่ศาลจังหวัดชลบุรีทำการพิจารณาคดีที่จำเลยต้องหาว่าปล้นและฆ่าเจ้าทรัพย์ซึ่งนายสมพงษ์ จันทร์ตรง ผู้เสียหายกำลังเบิกความเป็นพยาน จำเลยยังอาจทุบ ชก ต่อย และใช้เหล็๋กแหลมแทงนายสมพงษ์หลายที จนนายสมพงษ์ล้มลงในคอกพยาน ได้ความเช่นนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยคนละ ๖ เดือนตาม ก.ม. อาญา ม. ๒๕๔-๖๓ ลดฐานปราณีตาม ม. ๕๙ กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ ๓ เดือน
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยคนละ ๑ ปี ๖ เดือน ตาม ก.ม.อาญา ม. ๒๕๔,๖๓ โดยบทมาตราเดียวกันและไม่ลดโทษฐานปราณีให้เพราะจำเลยจำนนแก่พยาน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่ารับเป็นฎีกาเฉพาะปัญหาข้อ ก.ม.ว่า "จำเลยรับสารภาพตามฟ้องแล้ว จะใช้ดุลยพินิจไม่ลดโทษตาม ม. ๕๙ ก.ม.อาญาได้หรือไม่ นอกนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงไม่รับ ศาลฎีกาปรึกษาแล้วเห็นว่า การลดโทษฐานปราณีแก่จำเลยตาม ก.ม. อาญา ม. ๕๙ นั้น เป็นการใช้ดุลยพินิจซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง มิใช่เป็นข้อ ก.ม. จึงไม่รับวินิจฉัยฎีกา
ผลคำพิพากษา
พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย