คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าได้รับจำเลยมาเลี้ยงดูอย่างบุตรและลงชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 2630 เนื้อที่ 45 ไร่ 2 งาน 80 วา อยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรีร่วมกับโจทก์และนางอั้ว ก่อนฟ้องคดีนี้จำเลยหนีตามชายไปเป็นเหตุให้เสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียงและวงศ์สกุลโจทก์ให้กลับมาสมัครสมาจำเลยกับด่าว่าหมิ่นประมาทโจทก์ และสมคบกับนายอินนำความเท็จไปกล่าวหาโจทก์ว่าลักทรัพย์การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการเนรคุณต่อโจทก์ ขอให้เพิกถอนการให้จำเลยปฏิเสธว่าไม่เคยประพฤติผิดเป็นการเนรคุณต่อโจทก์ตามฟ้องเลย และต่อสู้อย่างอื่นอีกหลายประการศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้ประพฤติเนรคุณ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาว่าจำเลยกล่าวคำหมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง และทนายความของจำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลศาลฎีกาไม่เชื่อว่าจำเลยได้กล่าวถ้อยคำว่า
"ไม่ใช่พ่อแม่หรือโคตรพ่อโคตรแม่อะไรนี่" แม้จะฟังว่าจำเลยกล่าวเช่นนั้นลับหลังโจทก์ก็ไม่เรียกว่าเป็นดูถูกดูหมิ่นอย่างร้ายแรงประการใด เพียงแต่กล่าวคำไม่สุภาพว่าโจทก์มิใช่เป็นบุพพการีเท่านั้นส่วนใบแต่งทนายนั้นเมื่อได้ยื่นต่อศาล ๆ ยอมให้ดำเนินกระบวนพิจารณาตลอดมา ย่อมเป็นการแสดงว่าอนุญาตอยู่ในตัวแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน