Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในกรณีที่ภริยาจำเลยร้องขัดทรัพย์แล้วทำยอมความในศาลกับโจทก์ให้ขายทรัพย์ที่ยึดเอาเงินครึ่งหนึ่งให้ผู้ร้องรับไป อีกครึ่งหนึ่งชำระหนี้โจทก์ เหลือก็คืนจำเลยนั้น หากปรากฏว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง ยินยอมให้ขายชำระหนี้โจทก์ได้แล้ว ก็ไม่มีปัญหาเรื่องจำเลยและผุ้ร้องจะมีสิทธิในทรัพย์ที่ยึดอย่งไร คงมีปัญหาอยู่ที่ว่า ฝ่ายใดจะมีสิทธิรับทรัพย์ส่วนของผู้ร้องตามยอมคืนไปเท่าใด และฝ่ายใดจะเป็นผู้ดำเนินคดีแก่ฝ่ายใดเท่านั้น จำเลยจะร้องอ้างว่าไม่ได้อนุญาตให้ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์และทำยอมจึงขอบอกล้างเสียนั้นย่อมไม่ได้ เพราะไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับกรณีร้องขัดทรัพย์นี้ ชอบที่จำเลยและผู้ร้องจะไปว่ากล่าวเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ เดิมศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ภายใน ๗ วัน ครั้นครบกำหนดจำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงขอให้ยึดเรือนจำเลยขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่าเรือนที่ยึดเป็นของผู้ร้องขอให้ปล่อย

โจทก์ให้การว่า จำเลยกับผู้ร้องเป็นสามีภริยากัน จำเลยกู้เงินโจทก์ไปปลูกเรือนพิพาท จึงเป็นทรัพย์ที่โจทก์มีสิทธิยึดได้ ผู้ร้องเป็นหญิงมีสามีดำเนินคดีมิได้รับอนุญาตจากสามีไม่ได้ เมื่อศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ได้ ๒ ปาก แล้วโจทก์กับผู้ร้องทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ขายเรือนพิพาทไปได้ ได้เงินเท่าไรแบ่งให้ผู้ร้องรับไปครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งชำระหนี้โจทก์ ถ้าเหลือคืนจำเลย ถ้าไม่เหลือเป็นบาปเคราะห์ของโจทก์

จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ได้ให้ความยินยอมอนุญาตให้ผู้ร้องขัดทรัพย์มาร้องและทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ ระหว่างนี้จำเลยกับผู้ร้องยังเป็นสามีภริยากัน จึงไม่มีสิทธิจะมาแบ่งทรัพย์ระหว่างผัวเมีย จำเลยขอบอกล้างสัญญาประนีประนอม และขอให้ศาลขายทอดตลาดไป ได้เงินเท่าไรเอาชำระหนี้โจทก์ ถ้าเหลือขอได้มอบแก่จำเลย ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำแถลงว่าทรัพย์พิพาทเกิดขึ้นระหว่างผัวเมีย การที่จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวเป็นการเอาเปรียบผู้ร้อง และขัดกับคำพิพากษา ขอให้ยกคำร้อง จำเลยและผุ้ร้องขัดทรัพย์แถลงว่าเป็นสามีภริยากัน ผู้ร้องมาร้องขัดทรัพย์ในคดีนี้โดยลำพัง มิได้รับความยินยอมจากจำเลย โจทก์และผู้ร้องแถลงว่า ได้ทราบการบอกล้างสัญญาประนีประนอมระหว่างผู้ร้องกับโจทก์แล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า การที่จำเลยมาร้องขอให้ขายทอดตลาดเรือนพิพาทนั้น ย่อมทำได้ไม่ขัดข้องกับการยอมความระหว่างผู้ร้องและโจทก์ เพราะไม่มีข้อโต้เถียงกันสำหรับทรัพย์จำนวนครึ่งหนึ่งที่เป็นส่วนของจำเลยตามยอม จึงมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องขอของจำเลย คือให้ขายเรือนพิพาทไปได้ เฉพาะครึ่งหนึ่งของจำเลยให้ชำระหนี้โจทก์ เหลือเท่าใดคืนจำเลย ถ้าไม่เหลือก็เป็นบาปเคราะห์แก่โจกท์ แต่อีกครึ่งหนึ่งส่วนตามยอมที่ผู้ร้องขอรับไปนั้น ให้งดจ่ายให้ผู้ร้องไว้ก่อนจนกว่าผู้ร้องกับจำเลยจะตกลงกันถึงที่สุดว่าใครจะรับอย่งไร เพราะเป็นสินสมรส

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาข้อ ๒ แล้วเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์เพราะจำเลยมิได้เป็นคู่สัญญาประนีประนอมนั้น จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ได้ เพราะจำเลยมีส่วนได้เสียในการร้องขัดทรัพย์นั้นด้วย ส่วนฎีกาจำเลยข้อ ๑ ว่าสัญญาประนีประนอมเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘ และฎีกาข้อ ๓ เรื่องจำเลยมีสิทธิจัดการสินสมรสในฐานะสามีชอบที่จะให้ผู้ร้องดำเนินคดีกับจำเลยนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ในชั้นนี้เป็นกรณีพิพาทในเรื่องร้องขัดทรัพย์ ซึ่งมีปัญหาจะต้องพิจารณาว่าทรัพย์ที่ยึดจะใช่ของจำเลยหรือไม่ ซึ่งในข้อนี้ทั้งจำเลยและผู้ร้องขัดทรัพย์แถลงรัยยอมให้ขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้โจทก์ได้ คงมีข้อโต้แย้งกันเฉพาะว่าทรัพย์ที่เหลือจากนั้นจะคืนแก่จำเลยหรือผู้ร้องขัดทรัพย์

ที่จำเลยฎีกาว่าการร้องขัดทรัพย์ไม่เกิดขึ้นเพราะผู้ร้องมาร้องขัดทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากจำเลย และจำเลยได้บอกล้างแล้วนั้น ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อโต้แย้งดังกล่าวฟังไม่ขึ้น เพราะในปัญหาที่ว่าจำเลยและผู้ร้องขัดทรัพย์มีสิทธิในเรือนรายพิพาทอย่างไรนั้น จำเลยและผู้ร้องแถลงรับกันว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง คงมีปัญหาโต้เถียงกันเพียงว่า ฝ่ายใดจะมีสิทธิรับทรัพย์นั้นคืนไปเท่าใด และฝ่ายใดจะเป็นผู้ดำเนินคดีแก่ฝ่ายใด ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับกรณีร้องขัดทรัพย์รายนี้ ชอบที่จำเลยและผุ้ร้องจะไปว่ากล่าวอีกส่วนหนึ่งต่างหากดังที่ศาลทั้งสองวินิจฉัยมา

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน(อนุสสรนิติสาร-ชวน สิงหลกะ-คร้าม สิวายะวิโรจน์)ศาแพ่ง - นายใหญ่ ศาลยาชีวิตศาลอุทธรณ์ - นายลออง จุลกะเศียน

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2593/2526

บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความในคดี จะเข้ามาเป็นคู่ความได้ก็แต่ด้วยการร้องสอดดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตามเช็ค ต่อมาได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13552/2558

บุคคลที่มีข้อพิพาทซึ่งอาจใช้สิทธิทางศาลต่อกัน อาจตกลงระงับข้อพิพาทดังกล่าวได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 ด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ อันมีผลทำให้หนี้เดิมระงับตามมาตรา 852 แล้วผูกพันกันตามที่ได้ตกลงกันไว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3806/2549

ข้อตกลงที่โจทก์จำเลยกำหนดไว้ในบันทึกข้อตกลงและสัญญารับดำเนินการก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่ต่อกันระหว่างคู่สัญญากำหนดให้ทรัพย์สินต่าง ๆ ตามที่ระบุในบันทึกข้อตกลง ตกเป็นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผู้ร้อง โดย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3593/2549

โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวอ้างว่า จำเลยหลอกลวงโจทก์ให้ลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความและเอกสารหลายฉบับที่ยังไม่ได้กรอกข้อความเพื่อให้จำเลยนำไปถอนฟ้อง แต่จำเลยกับ อ. กลับสมคบกันกรอกข้อความในใบแต่งทนายความดังกล่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1645/2548

คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอลงชื่อร่วมในอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสินสมรสและขอค่าอุปการะเลี้ยงดู ต่อมาโจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความในเรื่องการตกลงหย่าขาดและแบ่งสินสมรส และศาลพิพากษาตามยอม ซึ่งตามสัญญาข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้