คำฟ้องและคำให้การ
กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คต่อมาโจทก์จำเลยตกลงกันได้ ศาลจึงทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้และพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามยอมแล้ว ต่อมาจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญา โจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าโจทก์จำเลยสมยอมกันทำสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อฉ้อฉลผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของจำเลย ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยหรือมีคำสั่งว่านิติกรรมสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นโมฆะศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกมิใช่คู่ความในคดีนี้บุคคลภายนอกนั้นจะเข้ามาเป็นคู่ความได้ก็แต่ด้วยการร้องสอดดังที่บัญญัติไว้ในบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 แต่กรณีตามคำร้องของผู้ร้องหาต้องด้วยเหตุที่จะร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความไม่ถึงหากจะฟังว่าสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นนิติกรรมอันลูกหนี้ได้กระทำลงทั้งรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ซึ่งศาลอาจเพิกถอนเสียได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ก็จะต้องฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการฉ้อฉลนั้น จะยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนในคดีซึ่งตนมิได้เป็นคู่ความหาได้ไม่พิพากษายืน