เนื้อความคำพิพากษา
โจทก์จำเลยพิพาทกันด้วยเรื่องมรดกที่ดิน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามกันมาให้ยกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงว่า บิดาโจทก์ปกครองที่พิพาทไว้แทนสามีจำเลยมิได้ปกครองเพื่อตนเอง ที่พิพาทจึงตกเป็นมรดกแก่จำเลย คดีนี้ เดิมศาลชั้นต้นเคยยกฟ้องมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยเห็นว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นดำเนินคดีต่อไป และค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ครั้งนั้นให้ศาลชั้นต้นสั่งเมื่อพิพากษาคดีใหม่ ครั้นศาลชั้นต้นพิพากษาคดี ศาลชั้นต้นมีได้สั่งเรื่องค่าธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ครั้งก่อนไว้ด้วย มาในชั้นฎีกาสั่งคืนเงินค่าธรรมเนียมชั้นที่โจทก์อุทธรณ์ครั้งที่หนึ่ง เพราะอุทธรณ์ครั้งที ๒ โจทก์ก็ได้เสียซ้ำไปแล้ว ทั้งนี้ตาม ป.วิ.แพ่ง ม.๑๕๑ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทตกเป็นมรดกแก่จำเลยจึง
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ส่วนฎีกาของโจทก์เรื่องศาลชั้นต้นไม่สั่งคืนค่าฤชาธรรมเนียมให้โจทก์เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตาม ป.วิ.แพ่ง ม.๑๖๑ ศาลมีดุลพินิจที่ใช้ในการสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดี และเฉพาะในกรณีนี้เมื่อพิเคราะห์ถึงความสุจริตของโจทก์แล้ว ให้ค่าฤชาธรรมเนียมในเรื่องที่โจทก์ชนะคดีในชั้นศาลอุทธรณ์ครั้งแรกเป็นอันพับไปแก่โจทก์.