Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1728/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่จะมีความผิดฐานลักทรัพย์นั้นแม้ไม่มีประจักษ์พยานเห็นว่าจำเลยเป็นคนร้ายเข้าไปลักกระบือแต่ได้ความว่ากระบือหายเวลาค่อนแจ้ง กำนันจับจำเลยได้ขณะขี่กระบือในวันรุ่งขึ้นเวลาบ่าย จำเลยก็รับว่าไม่รู้จักเจ้าทรัพย์แม้บ้านก็ไม่รู้จัก ครั้นจำเลยได้ประกันตัวไปจากอำเภอเพื่อนำหลักฐานมาแสดง จำเลยก็ตรงไปหาเจ้าทรัพย์ถูก ซ้ำยังหลอกลวงว่าจะไปไถ่กระบือคืนให้ ๆ เจ้าทรัพย์มอบตั๋วพิมพ์รูปพรรณไปพฤติการณ์ดังนี้เป็นเหตุแวดล้อมให้เห็นว่าจำเลยนั่นเองเป็นผู้เข้าไปลักกระบือรายนี้ อันความผิดฐานฉ้อโกงนั้นแม้ในฟ้องจะกล่าวว่า เจ้าทุกข์ได้ร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานสอบสวนจัดการดำเนินคดีแก่จำเลยก็ดีแต่เวลาโจทก์นำสืบไม่ปรากฎว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงาน ขอให้ดำเนินคดีในความผิดฐานี้เลย ทั้งหลักฐานการร้องทุกข์ก็ไม่ปรากฎฉนั้นจะฟังว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานขอให้ดำเนินคดีแก่จำเลยหาได้ไม่ โจทก์จึงฟ้องจำเลยฐานฉ้อโกงยังไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 294 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 313

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันลักกระบือ ๒ ตัวของนายเผื่อนหรือรับไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นของร้าย และจำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงให้นายเผื่อนส่งมอบเงิน ๑,๓๐๐ บาทกับตั๋วพิมพ์รูปพรรณเพื่อไถ่กระบือคืนให้ ขอให้ลงโทษ

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ ม. ๒๙๔ วรรคท้าย กระทงหนึ่ง จำคุกคนละ ๒ ปี กับฐานฉ้อโกง ม.๓๐๔ อีกกระทงหนึ่ง จำคุกคนละ ๑ ปี รวมจำคุกคนละ ๓ ปี กับคืนหรือใช้เงิน ๑,๓๐๐ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาปรึกษาแล้ว คดีนี้แม้ไม่มีพยานโจทก์เห็นว่าจำเลยเป็นคนร้ายเข้าไปลักเอากระบือนายเผื่อนมาก็ดี แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่านายสนธิ์จับจำเลยได้ขณะขี่กระบืออยู่ในวันรุ่งขึ้นเวลาบ่าย ๑๕.๐๐ น. จำเลยรับว่าจำเลยกับนายเผื่อนไม่เคยรู้จักกัน บ้านช่องอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เมื่อเจ้าพนักงานให้จำเลยประกันตัวไปเพื่อไปเอาหลักฐานมาแสดง จำเลยก็ตรงไปหานายเผื่อนถูก ซ้ำยังหลอกลวงว่าจะไปไถ่กระบือคืนให้และนายเผื่อนมอบตั๋วพิ่มพ์รูปพรรณให้จำเลยไป พฤติการณ์เช่นนี้เป็นเหตุแวดล้อมให้เห็นว่าจำเลยนั้นเองเป็นผู้เข้าไปลักกระบือของนายเผื่อนมา จึงไปตามหาบ้านเจ้าของกระบือได้ถูกต้อง

ศาลฎีกาเห็นว่าอันความผิดฐานฉ้อโกงนั้นตาม ก.ม.อาญา ม.๓๑๓ บัญญัติว่า ต่อผู้ที่ได้รับความเสียหายมาร้องทุกข์จึงให้เจ้าพนักงานเอาคดีขึ้นมากล่าว ในคดีนี้แม้ในฟ้องโจทก์จะกล่าวว่านายเผื่อนเจ้าทุกข์ได้ร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานสอบสวนอำเภอทัพทัน จัดการดำเนินคดีแก่จำเลยก็ดี แต่เวลาโจทก์นำสืบ ไม่ปรากฎว่านายเผื่อนได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานขอให้ดำเนินคดีในความผิดฐานนี้เลย หลักฐานการร้องทุกข์ก็ไม่มี ฉนั้นจะฟังว่านายเผื่อนได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานขอให้ดำเนินคดีแก่จำเลยไม่ได้ โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงยังไม่ได้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๙๔ วรรคท้ายคนละ ๒ ปี ส่วนความผิดฐานฉ้อโกงให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์.
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายศิริ เกตุสมบูรณ์
ศาลอุทธรณ์ - นายสำราญ ศิริพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2505 (เลขอ้างอิง 89380)

เมื่อผู้จัดการของนิติบุคคลกระทำการซึ่งมีมูลเป็นความผิดทางอาญา แม้จะกระทำในกิจการของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคล ผู้จัดการนั้นก็อาจถูกควบคุมในระหว่างสอบสวนได้ในเมื่อตกเป็นผู้ต้องหา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2490

ฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงให้เขาส่งทรัพย์ให้โดยมีเจตนาฉ้อโกง หรือมิฉะนั้นจำเลยคิดทุจจริตยักยอกทรัพย์ที่เขามอบให้ ขอให้ลงโทษตาม ม. 304,314 ดังนี้ ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ฟ้องเรื่องยักยอกหรือฉ้อโกงโจทก์หาว่าจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2505 (เลขอ้างอิง 45396)

เมื่อผู้จัดการของนิติบุคคลกระทำการซึ่งมีมูลเป็นความผิดทางอาญาแม้จะกระทำในกิจการของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลผู้จัดการนั้นก็อาจถูกควบคุมในระหว่างสอบสวนได้ในเมื่อตกเป็นผู้ต้องหา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1105/2504

ถ้าอายุความฟ้องคดีอาญาขณะกระทำผิดแตกต่างกับขณะฟ้อง ต้องใช้อายุความที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดบังคับ ความผิดอันยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด มิฉะนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 917/2504

การที่เจ้าหนี้ได้รรับต้นเงินและดอกเบี้ยมาแล้วไม่สลักหลังในสัญญากู้ตามที่รับฝากไว้กับลูกหนี้นั้น ไม่ผิดฐานฉ้อโกง และเมื่อเอาเงินดังว่านี้ไปเป็นประโยชน์ตนและผู้อื่นนั้นก็ไม่ผิดฐานยักยอก เพราะเงินนี้เป็น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้