Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2490

พ.ศ. 2490 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงให้เขาส่งทรัพย์ให้โดยมีเจตนาฉ้อโกง หรือมิฉะนั้นจำเลยคิดทุจจริตยักยอกทรัพย์ที่เขามอบให้ ขอให้ลงโทษตาม ม. 304,314 ดังนี้ ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ฟ้องเรื่องยักยอกหรือฉ้อโกงโจทก์หาว่าจำเลยกระทำผิดมาถึงวันก่อนฟ้องเดือนเศษ แม้ไม่ปรากฎว่ารู้เรื่องความผิดเมื่อไรก็ไม่เป็นฟ้อง เคลือบคลุม.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 80 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 313 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 320 ป.วิ.อ. มาตรา 39 ป.วิ.อ. มาตรา 158

คำฟ้องและคำให้การ

ฟ้องโจทก์มีความว่า ข้อ ๑ เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๔๘๗ เวลากลางวัน จำเลยได้รับต่างหูเพ็ชร์ ๑ คู่ราคา ๓๕๐๐ บาท ฯลฯของนางคำมูลไป ข้อ ๒ วันเวลาใดไม่ปรากฎระหว่างวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๔๘๗ ถึงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๔๘๙ จำเลยได้เอาทรัพย์รายนี้ไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ทั้งนี้โดยเมื่อวันเวลาดั่งกล่าวในข้อ ๑ จำเลยได้มีเจตนาทุจจริตฉ้อโกงด้วยใช้อุบายหลอกลวงโดยเอาความเท็จมาแจ้งกล่าวว่ามีผู้ต้องการซื้อ จำเลยจะเอาไปจัดการขายให้ นางคำมูลหลงเชื่อจึงส่งทรัพย์ให้หรือมิฉะนั้นระหว่างวันเวลาดังกล่าวในข้อ ๒ จำเลยได้มีเจตนาทุจจริตยักยอกทรัพย์รายนี้ที่นายคำมูลได้มอบไปให้จัดการขาย ฯลฯ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๐๔,๓๑๔. ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมโดยบรรยายความผิดมาสองฐาน และไม่ปรากฎวันกระทำผิดแน่ชัด พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ความผิดฐานฉ้อโกงและความผิดฐานยักยอกนั้น ต่างก็เป็นเรื่องได้รับทรัพย์เขาไว้แล้วไม่คืน ต่างกันแต่ว่า เจ้าของได้ส่งทรัพย์ให้ด้วยอุบายหลอกลวงหรือมอบให้ด้วยความพอใจให้เก็บรักษาทรัพย์นั้น ซึ่งจะต้องพิเคราะห์ถึงเตนาประกอบการกระทำว่า จะต้องด้วยความผิดลักษณะฐานใดหรือไม่ ฟ้องโจทก์ได้บรรยายการกระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดตามวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ แล้ว และที่โจทก์หาว่าจำเลยกระทำผิดมาจนถึงวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๙ ซึ่งเป็นเวลาก่อนฟ้องเพียงเดือนเศษนั้นข้อที่ไม่ปรากฎในฟ้องว่ารู้เรื่องความผิดเมื่อใด ไม่เป็นเหตุให้ยกฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกคำพิพากษาศาลล่าง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยประชา · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายเศวต โรจน์เวทย์
ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลย์ไอศวรรย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2497

บรรยายฟ้องว่าจำเลยฉ้อโกงและว่าจำเลยเอาทรัพย์ที่ฉ้อโกงไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียนั้น ไม่เป็นฟ้องในความผิดฐานยักยอก คดีความผิดฐานฉ้อโกงศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง คดีต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1595/2495

ในคดีความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นความผิดต่อส่วนตัวนั้น แม้ในฟ้องโจทก์จะมิได้บรรยายว่าได้ทราบว่าจำเลยกระทำผิด วันเดือนปีใด ก็ตาม เมื่อฟ้องข้ออื่นสมบูรณ์แล้ว ก็หาทำให้ฟ้องโจทก์ถึงกับเคลือบคลุมไม่ เพราะข้อที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 999/2495

ฟ้องหาว่า จำเลยยักยอกทรัพย์ แต่มิได้ระบุวันเวลาที่กล่าวหา เป็นแต่ระบุเดือนปีที่กล่าวหาทั้งเดือน และไม่ได้บรรยายด้วยว่าจำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลรักษาหรือเก็บรักษาทรัพย์หรือจัดการทรัพย์อย่างใด ๆ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1548/2495

ฟ้องบรรยายว่า "วันที่ 8 ก.พ. 93 เวลากลางวัน จำเลยกล่าวเท็จหลวงลวงโจทก์ว่า มีคนต้องการซื้อผ้า จำเลยขอรับผ้าไปถ้าขายได้จะนำเงินมาให้ ถ้าขายไม่ได้จะนำผ้ามาคืนในวันที่ 9 เดือนเดียวกัน โจทก์หลงเชื่อ จึงมอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2494 (เลขอ้างอิง 51662)

ฟ้องข้อ 1 หาว่าจำเลยหลอกลวงฉ้อโกงเอาทรัพย์ไปข้อ 2 ว่า เมื่อได้ทรัพย์ไปแล้วจำเลยก็ยักยอกเอาทรัพย์นั้นเสีย ดังนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือหาว่าจำเลยยักยอกเอาทรัพย์ที่จำเลยฉ้อโกงไปนั้นเอง จึงไม่เป็นความผิดฐ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้