Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 999/2495

พ.ศ. 2495 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องหาว่า จำเลยยักยอกทรัพย์ แต่มิได้ระบุวันเวลาที่กล่าวหา เป็นแต่ระบุเดือนปีที่กล่าวหาทั้งเดือน และไม่ได้บรรยายด้วยว่าจำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลรักษาหรือเก็บรักษาทรัพย์หรือจัดการทรัพย์อย่างใด ๆ นั้น ศาลย่อมไม่รับพิจารณาข้อหาฐานยักยอกทรัพย์ ฟ้องหาว่าจำเลยใช้อุบายหลอกลวงโจทก์ว่าจำเลยเป็นเจ้าของตู้เย็น ขอขายให้โจทก์ ๆ หลงเชื่อรับซื้อไว้ ดังนี้ แม้จะมิได้กล่าวหาว่าหลงเชื่อว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยตามที่ใช้อุบายหลอกลวงนั้น คำว่าใช้อุบายหลอกลวงว่าจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ ก็พอเข้าใจได้ว่า จำเลยเอาความเท็จมากล่าวว่าเป็นของจำเลย และเมื่อพิจารณาประกอบกับฟ้อง+++ ข้อหนึ่ง ที่ว่าโจทก์ไปที่ร้านค้าของจำเลย ปรากฎว่าสิ่งของทั้งหมดไม่ได้อยู่ในร้าน ถามจำเลยๆว่าของ++ เดิมจำเลยเช่ามาจากเจ้าของ++ เจ้าของเอาไปหมดแล้ว เป็นการแสดงว่า ของที่กล่าวไม่ใช่ของจำเลย แต่จำเลยใช้อุบายหลอกลวงว่าเป็นของจำเลย และขายให้โจทก์ จึงเป็นฟ้องที่ศาลควรรับฟ้องไว้พิจารณาตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 304 ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 158 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน สมคบกันกระทำผิดปรากฎ (ก) เมื่อเดือนตุลาคม ๒๔๙๓ เวลากลางวันจำเลยทั้งสองใช้อุบายหลอกลวงโจทก์ว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิตู้เย็นยี่ห้อฟิลโก ขนาด ๗ คิว และ ๕ คิว ๒ ตู้ กับพัดลมเพดาน ๒ อัน พัดลมตั้งโต๊ะ ๑ อันขอให้ขายให้โจทก์ ราคา ๕๐๐๐ บาท เพื่อเอาเงินทำการค้าขายและขอเช่าของที่ขายเพื่อทำการค้าขายต่อไป โจทก์หลงเชื่อทำสัญญาซื้อของ ๕ สิ่งจากจำเลยเป็นราคา ๕๐๐๐ บาท ในวันเดียวกันจำเลยได้ทำสัญญาเช่าของที่ขาย ๕ สิ่ง ราคาค่าเช่าเดือนละ ๑๐๐ บาท เพื่อประกอบการค้าที่ร้านของจำเลย (ข) ต่อมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๔๙๓ โจทก์ไปที่ร้านค้าของจำเลย ปรากฎว่าสิ่งของๆโจทก์ทั้งหมดไม่มีอยู่ในร้านค้า โจทก์ถามจำเลยๆว่า "ของเหล่านี้เดิมจำเลยเช่ามาจากเจ้าของๆเอาไปหมดแล้ว" โจทก์ทราบความทุจริตของจำเลยในเดือนพฤศจิกายนนั่นเอง จึงนำความไปแจ้งตำรวจ ฯลฯ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๐๔, ๓๐๖, ๓๑๔, ๓๑๙. ศาลชั้นต้นเห็นฟ้องขอโจทก์เคลือบคลุม จึงพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์,

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า เฉพาะข้อหาฐานยักยอก ฟ้องโจทก์มิได้ระบุวันเวลาที่กล่าวหา เป็นแต่ระบุเดือนปี +++มาทั้งเดือน คือเดือนพฤศจิกายน ๒๔๙๓ และไม่ได้++ จำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลรักษาหรือเก็บรักษา+++ การทรัพย์อย่างใดๆ ศาลทั้งสองยกฟ้องชอบ+++ เรื่องฉ้อโกงเห็นว่า โจทก์กล่าวตามข้อ ก. ว่า จำเลยทั้งสองใช้อุบายหลอกลวงโจทก์ว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิในทรัพย์ที่ได้ระบุในฟ้องโจทก์หลงเชื่อ แม้จะไม่ได้กล่าวว่า หลงเชื่อว่าอย่างไร ก็พอเข้าใจได้ว่าหลงเชื่อว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยตามที่ใช้อุบายหลอกลวง นั้น คำว่าใช้อุบายหลอกลวงว่าจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ ก็พอเข้าใจได้แล้วว่าจำเลยเอาความเท็จมากล่าวว่าเป็นของจำเลย พิจารณาประกอบกับฟ้องข้อ ข. ที่ว่าโจทก์ไปที่ร้าน ถามจำเลยๆว่าของเหล่านี้เดิมจำเลยเช่ามาจากเจ้าของๆเอาไปหมดแล้ว เป็นการแสดงว่าของที่กล่าว ไม่ใช่ของจำเลย แต่จำเลยได้ใช้อุบายหลอกลวงว่าเป็นของจำเลยและขายให้แก่โจทก์ หากเป็นความจริงตามที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ก็ชอบที่จะระงับฟ้องไว้พิจารณาเฉพาะข้อหาฐานฉ้อโกงได้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาให้ยกคำสั่งและพิพากษาศาลล่าง ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งเรื่องมูลฟ้องในข้อหาฐานฉ้อโกง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร · มนูภันย์วิมลสาร · ทรงนิติกรณ์
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายสัญชัย สัจจวณิช
ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2497

บรรยายฟ้องว่าจำเลยฉ้อโกงและว่าจำเลยเอาทรัพย์ที่ฉ้อโกงไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียนั้น ไม่เป็นฟ้องในความผิดฐานยักยอก คดีความผิดฐานฉ้อโกงศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง คดีต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1548/2495

ฟ้องบรรยายว่า "วันที่ 8 ก.พ. 93 เวลากลางวัน จำเลยกล่าวเท็จหลวงลวงโจทก์ว่า มีคนต้องการซื้อผ้า จำเลยขอรับผ้าไปถ้าขายได้จะนำเงินมาให้ ถ้าขายไม่ได้จะนำผ้ามาคืนในวันที่ 9 เดือนเดียวกัน โจทก์หลงเชื่อ จึงมอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2494 (เลขอ้างอิง 89203)

ฟ้องข้อ 1 หาว่าจำเลยหลอกลวงฉ้อโกงเอาทรัพย์ไปข้อ 2 ว่า เมื่อได้ทรัพย์ไปแล้วจำเลยก็ยักยอกเอาทรัพย์นั้นเสีย ดังนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ หาว่าจำเลยยักยอกเอาทรัพย์ที่จำเลยฉ้อโกงไปนั้นเอง จึงไม่เป็นความผิด…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2494 (เลขอ้างอิง 51662)

ฟ้องข้อ 1 หาว่าจำเลยหลอกลวงฉ้อโกงเอาทรัพย์ไปข้อ 2 ว่า เมื่อได้ทรัพย์ไปแล้วจำเลยก็ยักยอกเอาทรัพย์นั้นเสีย ดังนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือหาว่าจำเลยยักยอกเอาทรัพย์ที่จำเลยฉ้อโกงไปนั้นเอง จึงไม่เป็นความผิดฐ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2493

โจทก์ฟ้องบรรยายว่าจำเลยเอาความเท็จ มาหลอกลวงผู้เสียหายว่า จะเอารถยนต์ซึ่งจำเลยเอามามอบให้ผู้เสียหายไว้เป็นประกันเงินกู้ไปบรรทุกผลไม้ เจ้าทุกข์หลงเชื่อ จึงมอบรถให้ไปหรือเจ้าทุกข์มอบรถยนต์ให้จำเลยโดยจำเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้