Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2493

พ.ศ. 2493 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องบรรยายว่าจำเลยเอาความเท็จ มาหลอกลวงผู้เสียหายว่า จะเอารถยนต์ซึ่งจำเลยเอามามอบให้ผู้เสียหายไว้เป็นประกันเงินกู้ไปบรรทุกผลไม้ เจ้าทุกข์หลงเชื่อ จึงมอบรถให้ไปหรือเจ้าทุกข์มอบรถยนต์ให้จำเลยโดยจำเลยยืมเอาไปรับจ้างบรรทุกผลไม้แล้วจะส่งคืน แล้วจำเลยจึงเอาไปขายเสีย ขอให้ลงโทษตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304,314 ดังนี้ เป็นฟ้องที่บรรยายการกระทำของจำเลยขัดกันอยู่ในตัวและขาดองค์ความผิดฐานฉ้อโกงและยักยอกเป็นฟ้องไม่ถูกต้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.วิ.อ. มาตรา 192 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องบรรยายว่า จำเลยเอาความเท็จมาหลอกลวงผู้เสียหายว่า จะเอารถยนต์ ซึ่งจำเลยเอามามอบให้ผู้เสียหายไว้ประกันเงินกู้ไปบรรทุกผลไม้ เจ้าทุกข์หลงเชื่อจึงมอบรถให้ไป หรือเจ้าทุกข์มอบรถยนต์ให้จำเลย โดยจำเลยยืมเอาไปรับจ้างบรรทุกผลไม้แล้วจะส่งคืน แล้วจำเลยจึงเอาไปขายเสีย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304, 314ศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่จำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์บรรยายการกระทำของจำเลยขัดกันอยู่ในตัว กล่าวคือ ถ้าหากจะฟังว่าจำเลยเอาความเท็จมาหลอกลวงให้เจ้าทุกข์ส่งรถให้แล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยืมรถ และถ้าหากเป็นเรื่องยืมรถกันดังที่โจทก์ขอแก้ฟ้องมาแล้ว

ก็ไม่ใช่เรื่องจำเลยเอาความเท็จมาหลอกลวงเจ้าทุกข์ ซึ่งยังเป็นเรื่องขาดองค์ความผิดฐานฉ้อโกงด้วย หากจะพิจารณาฟ้องในทางหาว่ายักยอก ก็ปรากฏตามคำฟ้องนั้นว่ารถเป็นของจำเลยมามอบให้ผู้เสียหายไว้เป็นประกันเงินกู้ ความผิดฐานยักยอกตามมาตรา 314 จะต้องเป็นทรัพย์ของผู้อื่นไม่ใช่ทรัพย์ของจำเลยเอง จึงขาดองค์ความผิดฐานยักยอกอีก ฟ้องเช่นนี้ไม่ถูกต้องพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวัติ ปัตตพงศ์ · มนูภันย์วิมลสาร · นนทปัญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2494 (เลขอ้างอิง 51662)

ฟ้องข้อ 1 หาว่าจำเลยหลอกลวงฉ้อโกงเอาทรัพย์ไปข้อ 2 ว่า เมื่อได้ทรัพย์ไปแล้วจำเลยก็ยักยอกเอาทรัพย์นั้นเสีย ดังนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือหาว่าจำเลยยักยอกเอาทรัพย์ที่จำเลยฉ้อโกงไปนั้นเอง จึงไม่เป็นความผิดฐ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2497

บรรยายฟ้องว่าจำเลยฉ้อโกงและว่าจำเลยเอาทรัพย์ที่ฉ้อโกงไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียนั้น ไม่เป็นฟ้องในความผิดฐานยักยอก คดีความผิดฐานฉ้อโกงศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง คดีต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 999/2495

ฟ้องหาว่า จำเลยยักยอกทรัพย์ แต่มิได้ระบุวันเวลาที่กล่าวหา เป็นแต่ระบุเดือนปีที่กล่าวหาทั้งเดือน และไม่ได้บรรยายด้วยว่าจำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลรักษาหรือเก็บรักษาทรัพย์หรือจัดการทรัพย์อย่างใด ๆ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1548/2495

ฟ้องบรรยายว่า "วันที่ 8 ก.พ. 93 เวลากลางวัน จำเลยกล่าวเท็จหลวงลวงโจทก์ว่า มีคนต้องการซื้อผ้า จำเลยขอรับผ้าไปถ้าขายได้จะนำเงินมาให้ ถ้าขายไม่ได้จะนำผ้ามาคืนในวันที่ 9 เดือนเดียวกัน โจทก์หลงเชื่อ จึงมอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2494 (เลขอ้างอิง 89203)

ฟ้องข้อ 1 หาว่าจำเลยหลอกลวงฉ้อโกงเอาทรัพย์ไปข้อ 2 ว่า เมื่อได้ทรัพย์ไปแล้วจำเลยก็ยักยอกเอาทรัพย์นั้นเสีย ดังนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ หาว่าจำเลยยักยอกเอาทรัพย์ที่จำเลยฉ้อโกงไปนั้นเอง จึงไม่เป็นความผิด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้