Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1748/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีโต้แย้งในตอนที่คดีถึงที่สุดแล้วอยู่ในระหว่างการบังคับคดี ไม่ใช่เป็นเรื่องคดีค้างพิจารณา ซึ่งถ้าหากคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมรณะ ศาลจะต้องเลื่อนการนั่งพิจารณาไปจนกว่าจะมีผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ (อ้างคำสั่งคำร้องฎีกาที่ 65/2492)ในชั้นบังคับคดี จำเลยแต่งทนายไว้แล้วถึงแก่กรรมลง ในระยะที่เกี่ยวพันติดต่อกัน เมื่อทนายจำเลยยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีไว้ ศาลก็ย่อมผ่อนให้ทนายจำเลยยังพึงมีทางกระทำเพื่อรักษาประโยชน์ให้แก่คู่ความได้ในระหว่างที่ยังไม่มีตัวความ และเป็นการกระทำที่ไม่ใช่เป็นเรื่องการพิจารณาคดีค้างคดีถึงที่สุดแล้ว หากมีการอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลในชั้นบังคับคดี ก็มีกรณีที่จะต้องตั้งต้นพิจารณาชั้นอุทธรณ์ขึ้นใหม่ในระหว่างคู่ความเมื่อปรากฏว่าจำเลยมรณะ ทนายจำเลยย่อมสิ้นสภาพ การพิจารณาคดีต่อไปจะต้องจัดการให้มีผู้มารับมรดกความเสียก่อนการที่ศาลล่างดำเนินกระบวนพิจารณาไปโดยไม่มีคู่ความทั้งสองฝ่ายพร้อมเมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้องได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์นำยึดทรัพย์ของจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา วันที่ 8 ธันวาคม 2510 ซึ่งเป็นวันนัดขายทอดตลาดทรัพย์จำเลยได้แต่งนายวิรัชเป็นทนาย และยื่นคำร้องขอเลื่อนการขายทอดตลาดทรัพย์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อเวลาประมาณ 11 นาฬิกาอนุญาตให้เลื่อนการขายทอดตลาดไปวันที่ 18 มกราคม 2511 ต่อมาวันที่ 15 มกราคม 2511 นายวิรัชได้ยื่นคำร้องในฐานะทนายจำเลยว่า จำเลยตายเมื่อเวลา 12 นาฬิกาของวันที่ 8 ธันวาคม 2510 โดยตัวจำเลยยังไม่ทราบจากทนายว่าศาลได้เลื่อนการขายทอดตลาดไปวันใดและขณะนี้คดียังไม่มีทายาทขอรับมรดกความ จึงแถลงให้ศาลทราบ และขอให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์ไว้ก่อนจนกว่าจะมีผู้รับมรดกความศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้งดการขายทอดตลาดไว้ก่อนโจทก์อุทธรณ์คัดค้านศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดการขายทอดตลาดเสีย ให้ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินรายนี้ต่อไปนายวิรัช ในฐานะทนายจำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาเห็นว่า

กรณีโต้แย้งในตอนที่คดีถึงที่สุดแล้วอยู่ในระหว่างการบังคับคดีไม่ใช่เป็นเรื่องคดีค้างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 ซึ่งถ้าคู่ความมรณะศาลจะต้องเลื่อนการพิจารณาไปจนกว่าทายาท ฯ จะได้เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ ดังนัยคำสั่งคำร้องฎีกาที่ 65/2492 แต่โดยที่ในชั้นบังคับคดีนี้จำเลยได้แต่งทนายไว้แล้วถึงแก่กรรมลง ฉะนั้นในระยะเกี่ยวพันติดต่อกันเช่นนี้ เมื่อทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีไว้ ศาลก็ย่อมผ่อนให้ทนายจำเลยซึ่งจำเลยได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว ยังพึงมีทางกระทำเพื่อรักษาประโยชน์ให้แก่คู่ความได้ในระหว่างที่ยังไม่มีตัวความ และเป็นการกระทำที่ไม่ใช่เป็นเรื่องการพิจารณาคดีค้าง แต่เมื่อฝ่ายโจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นสั่งว่า

"รับเป็นอุทธรณ์คำสั่งสำเนาให้ทนายจำเลย ให้ผู้อุทธรณ์นำส่งสำเนาภายใน 15 วัน" นั้น ทำให้คดีกลับมีกรณีที่จะต้องตั้งต้นพิจารณาชั้นอุทธรณ์ขึ้นใหม่ในระหว่างโจทก์จำเลย เมื่อจำเลยได้ตายไปเสียแล้ว นายวิรัชทนายจำเลยย่อมหมดสภาพเป็นทนายจำเลยจึงทำให้ฝ่ายในคดีนี้คงมีแต่โจทก์ฝ่ายเดียว ส่วนฝ่ายจำเลยยังไม่มีผู้มารับมรดกความเข้าดำเนินคดีแทนที่จำเลยผู้ตาย ในการพิจารณาคดีต่อไปก็จะต้องจัดการให้มีผู้รับมรดกความเสียก่อน การที่ศาลล่างดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่มีคู่ความทั้งสองฝ่ายพร้อม โดยเฉพาะที่ศาลอุทธรณ์ดำเนินการพิจารณาคดีเกี่ยวกับอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นของโจทก์ไปเลย จึงยังไม่ถูกต้อง เมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้องได้พิพากษาให้ยกฎีกานายวิรัชทนายจำเลย และให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์เสียใหม่ แล้วมีคำสั่งไปตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ใหญ่ ศาลยาชีวิน · จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้