คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 86, 72 จำคุก 3 ปี
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์ ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวัน เวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง นายเกียว ใช้ขวานเป็นอาวุธฟันนายประเสริฐที่ศีรษะผู้ตาย เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย แล้วจำเลยขับรถจักรยานยนต์พานายเกียวหลบหนีไป ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์มีนายพิเชษฐ์และนายสมักเป็นพยานเบิกความในทำนองเดียวกันว่า ในวันเกิดเหตุนายพิเชษฐ์และนายสมัก ดื่มสุรากับผู้ตายที่บ้านของผู้ตายตั้งแต่เวลาประมาณ 17 นาฬิกา กระทั่งเวลา 19 นาฬิกา จำเลยและนายเกียวผู้เป็นบิดาพร้อมด้วยนายมนตรีน้องชาย ขับรถจักรยานยนต์มาบ้านผู้ตาย นายเกียวนำไก่ 1 ตัว มาให้ผู้ตายพร้อมเงิน 500 บาท แล้วนั่งคุยกันที่เตียง
ส่วนจำเลยกับนายมนตรีขึ้นไปดูโทรทัศน์ข้างบนบ้าน ผู้ตายเมาสุราและพูดจาดูหมิ่นนายเกียวซ้ำซากและเสียงดังจำเลยลงจากบ้านมาสอบถามนายเกียว นายเกียวถามว่าขวานตัดต้นไม้อยู่ไหน จำเลยชี้ให้ดูที่ข้างฝาและหยิบขวานส่งให้นายเกียว ทันใดนั้นนายเกียวใช้ขวานฟันผู้ตาย เห็นว่า นายเกียวถูกผู้ตายพูดดูหมิ่นเหยียดหยามแต่นายเกียวมิได้แสดงอาการโกรธแค้นหรือพูดตอบโต้แต่อย่างใด เพียงแต่ลุกขึ้นจากเตียงเดินไปมาเท่านั้น ที่ผู้ตายพูดเสียงดังจนอาจทำให้จำเลยซึ่งดูโทรทัศน์อยู่ข้างบนบ้านได้ยินนั้น ก็เป็นเพียงความคาดเดาของนายพิเชษฐ์และนายสมัก จำเลยดูโทรทัศน์ก็ย่อมมีเสียงจากโทรทัศน์ดังอยู่แล้ว เสียงพูดของผู้ตายถึงแม้จะดังไปถึงข้างบนบ้าน แต่ก็ไม่น่าจะทำให้จำเลยได้ยินจนจับใจความได้เพียงแต่รู้ว่ามีเสียงพูดดังผิดปกติ
ดังนั้น จำเลยจึงลงมาสอบถามว่า มีเรื่องอะไรกันเมื่อนายเกียวถามถึงขวานตัดไม้ จำเลยก็หยิบส่งให้ ขณะนั้นนายเกียวมิได้มีอาการโกรธแค้นจะทำร้ายผู้ตาย แต่เมื่อนายเกียวได้ขวานแล้ว นายเกียวก็ใช้ขวานฟันผู้ตายโดนายพิเชษฐ์และนายสมักไม่คาดคิด การที่นายเกียวฟันผู้ตายในทันทีเป็นสิ่งที่จำเลยย่อมไม่อาจเล็งเห็นผลหรือประสงค์ต่อผลเช่นนั้น เพราะจำเลยเพิ่งลงมาจากบนบ้านเพื่อสอบถามถึงเสียงเอะอะโวยวายผิดปกติ นายพิเชษฐ์และนายสมักซึ่งรับรู้เหตุการณ์มาโดยตลอดก็ยังไม่คาดคิดว่านายเกียวจะใช้ขวานฟันผู้ตาย เพราะนายเกียวไม่แสดงอาการโกรธแค้นให้เห็น เมื่อเกิดเหตุแล้วเป็นธรรมดาที่จำเลยต้องพานายเกียวออกไปจากที่เกิดเหตุ เนื่องจากนายเกียวกระทำความผิดร้ายแรง
อาจมีญาติพี่น้องของผู้ตายทำร้ายนายเกียวได้ พยานหลักฐานของโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีเจตนาช่วยเหลือหรือให้ความสะอาดในการที่นายเกียวใช้ขวานฟันผู้ตาย จำเลยจึงไม่เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของนายเกียว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน