คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกับพวก ตี ฟัน และแทงนายเข้ม เพชรินทร์โดยเจตนาฆ่านายเข้ม เพชรินทร์ ได้รับอันตรายสาหัส และถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83
จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยใช้ขวานฟันที่ศีรษะผู้ตายหนึ่งทีผู้ตายวิ่งหนีไป จำเลยไม่ได้ไล่ตามไป แล้วผู้ตายถูกนายเทพกับพวกตามไปทำร้ายถึงแก่ความตาย จำเลยไม่มีเจตนาฆ่าบาดแผลผู้ตายที่ศีรษะลึกจดกะโหลกศีรษะถึงอันตรายสาหัส พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297, 83
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกับนายเทพและพวกฆ่าผู้ตายส่วนข้อที่ว่าจำเลยใช้ขวานฟันศีรษะผู้ตายพยานโจทก์ก็ไม่มีน้ำหนัก พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานฆ่าคน หรือมิฉะนั้นลงโทษในความผิดฐานใช้ขวานฟันศีรษะผู้ตาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานฆ่าคนนั้น ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยข้อเท็จจริงต้องกันมาว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิดฐานฆ่าคนดังข้อหาของโจทก์ ข้อหาเรื่องฆ่าคนเป็นอันถูกยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง
โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย ส่วนเรื่องความผิดต่อร่างกายซึ่งศาลล่างพิพากษากลับกันมานั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยใช้ขวานฟันศีรษะผู้ตายจริง แต่ปรากฏว่าบาดแผลที่ศีรษะผู้ตายมีรอยถูกฟันถึง 5 แห่ง แผลฉกรรจ์อยู่ที่ท้ายทอยแห่งเดียว ซึ่งทำให้ถึงตาย แผลแห่งนี้ไม่ใช่เกิดจากการกระทำของจำเลยแน่ถ้าเป็นเช่นนั้น ผู้ตายคงวิ่งหนีไปไม่ถึงวัด แผลอื่นล้วนเป็นแผลเล็ก ไม่เข้าลักษณะถึงอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้ ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295