คำฟ้องและคำให้การ
เรื่องเดิมโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้กับดอกเบี้ยรวมกัน ๓๙๖๙๓ บาท ๓๗ สตางค์ กับดอกเบี้ยในต้นเงิน ๓๕๑๐๐ บาทจากวันฟ้อง ก่อนมีคำพิพากษาโจทก์ยื่นคำร้องขอความคุ้มครองชั่วคราวขอให้มีคำสั่งอายัติเงินค่าจ้างเหมา ซึ่งจำเลยจะได้รับจากศึกษาธิการจังหวัดราชบุรี ในการก่อสร้างโรงเรียนเป็นเงิน ๔๕๐๐๐ บาท ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งในวันที่ ๓ มีนาคม ๒๔๙๒ ให้อายัติเงินตามที่โจทก์ขอความคุ้มครอง และได้ออกหมายอายัตไปยังศึกษาธิการจังหวัดราชบุรีในวันนั้น วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๔๙๒ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๔๙๒โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลย และขอให้ยึดเงิน ๑๖๘๘๘๐ บาท
อันเป็นส่วนหนึ่งของจำนวนเงินที่ศาลได้สั่งอายัติไว้ก่อนมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ศึกษาธิการส่งมอบเงินให้ วันเดียวกันศาลได้ออกหมายบังคับคดี ตั้งให้หัวหน้ากองหมายกระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ร้องทั้ง ๕ นี้ได้ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์โดยยื่นคำร้องคนละคราว ดังนี้ นายย่งเม้งยื่นเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๒ บริษัทยงฮง ยื่นเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๒ นายประจวบยื่นเมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๔๙๒ นางจินดา ยื่นเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๒ ส่วนของนายปั๊กซ้วยฮั่น เมื่อวันที่ ๙ ธ.ค. ๒๔๙๒
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องแต่ละรายได้ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยหลังจากวันที่โจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีไม่เกิน ๓ เดือน จึงมีสิทธิขอเฉลี่ยได้ จึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องทุกรายมีสิทธิเฉลี่ยได้ตามคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า กรณีนายปั๊กซ้วนยื่นคำร้องเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๔๙๒ เมื่อนับแต่วันเจ้าพนักงานยัดทรัพย์จำเลย คือเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๔๙๒ ก็เกิน ๓ เดือนแล้ว
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้ให้ดยกคำร้องของนายปั๊กซ้วน นอกนั้นพิพากษายืน ศาลชั้นต้น - ศาลอุทธรณ์ -()