Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1772/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยผู้อาศัยอยู่กับโจทก์ได้ปลูกบ้านบนที่ดินของโจทก์โดยโจทก์รู้เห็นยินยอม บ้านพิพาทย่อมเป็นของจำเลยและไม่เป็นส่วนควบของที่ดินพิพาท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้อาศัยออกจากบ้านและที่ดินของโจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่าบ้านและที่ดินเป็นของจำเลยทั้งสอง โดยที่ดินนั้นโจทก์เป็นผู้ยกให้ ส่วนบ้านจำเลยทั้งสองปลูกเอง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนบ้านและออกไปจากที่ดินพิพาท โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ได้เลี้ยงดูจำเลยที่ 1 มาตั้งแต่จำเลยที่ 1 ยังเป็นเด็ก ในปี 2517 จำเลยที่ 1ได้แต่งงานกับจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองอยู่กับโจทก์ประมาณ 2 ปีจึงได้แยกออกไปอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาท ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของโจทก์ โจทก์ฎีกาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ บ้านซึ่งปลูกบนที่ดินเป็นส่วนควบของที่ดินจึงเป็นของโจทก์ พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าโจทก์ได้ออกเงินปลูกบ้านพิพาทและจำเลยทั้งสองฎีกาว่า เมื่อปี 2517จำเลยที่ 1 ได้แต่งงานกับจำเลยที่ 2 โจทก์ได้พูดยกที่ดินให้จำเลยที่ 1 ในวันแต่งงาน จำเลยทั้งสองได้เข้าครอบครองที่ดินพิพาทและปลูกบ้านบนที่พิพาท

บ้านและที่พิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง นั้นปัญหาวินิจฉัยมีว่า บ้านและที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือของจำเลยจำเลยทั้งสองรับว่าเดิมที่พิพาทเป็นของโจทก์ ในปี 2517 จำเลยที่ 1ได้แต่งงานกับจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองเบิกความว่า ในวันแต่งงานโจทก์ได้พูดยกที่พิพาทให้จำเลยที่ 1 ต่อหน้าญาติผู้ใหญ่หลายคนขณะนั้นที่พิพาทยังไม่มี น.ส.3 จำเลยที่ 2 ว่าโจทก์ได้ขอออก น.ส.3ในปี 2520 ตาม น.ส.3 ก. เอกสารหมาย จ.1 ได้ออกให้โจทก์เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2520 หลังจากที่จำเลยทั้งสองแต่งงานกันถึง 3 ปีหากโจทก์ได้พูดยกที่พิพาทให้จำเลยที่ 1 ในวันแต่งงาน เมื่อจำเลยทั้งสองแต่งงานกันแล้วยังคงอาศัยอยู่กับโจทก์ถึง 2 ปี จึงได้แยกไปอยู่ในบ้านและที่พิพาท

เมื่อโจทก์ขอออก น.ส.3 จำเลยทั้งสองก็น่าจะขอให้ออกในนามของจำเลยที่ 1 หากโจทก์ไม่ยอมจำเลยทั้งสองก็น่าจะโต้แย้งคัดค้านการขอออก น.ส.3 จำเลยทั้งสองมิได้จัดการแต่อย่างใด พยานหลักฐานจำเลยทั้งสองที่ว่าโจทก์ได้พูดยกที่พิพาทให้จำเลยที่ 1 ในวันแต่งงานจึงไม่มีน้ำหนักพอที่จะเชื่อถือได้ฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์ได้ครอบครองทำประโยชน์และได้ขอออก น.ส.3 ตามเอกสารหมาย จ.1ปัญหาต่อไปบ้านพิพาท โจทก์เบิกความว่า เมื่อจำเลยทั้งสองแต่งงานกันแล้ว ได้อยู่อาศัยกับโจทก์ต่อมาจนกระทั่งมีบุตร 2 คนบ้านโจทก์คับแคบโจทก์และนางวันทองภริยาโจทก์เบิกความว่าโจทก์ได้ไปปลูกบ้านสองชั้น ชั้นล่างพื้นปูนบนที่พิพาท โจทก์ได้จ่ายค่าแรงก่อสร้างไป 13,000 บาท

ปลูกอยู่ประมาณ 1 ปีเสร็จให้จำเลยทั้งสองไปอยู่อาศัย จำเลยทั้งสองเบิกความว่าเมื่อแต่งงานกันแล้วอยู่กับโจทก์ต่อมาอีก 2 ปี ในปี 2519 จำเลยทั้งสองได้ไปปลูกบ้านบนที่พิพาทสิ้นเงิน 50,000 บาท โดยจ้างนายทองแดงพี่ชายจำเลยที่2 เป็นคนปลูกสร้าง ค่าจ้าง 13,000 บาท นายทองแดง แก้วจันดีเบิกความว่า เมื่อปี 2519 จำเลยที่ 2 ได้มาขอให้ไปช่วยปลูกบ้านให้มีช่างไปทำ 2-3 คน คิดค่าแรง 13,000 บาท จำเลยที่ 2 เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด เมื่อปลูกเสร็จจำเลยทั้งสองได้เข้าอยู่ในบ้านพิพาท โจทก์และภริยาโจทก์ไม่ได้เข้าไปอยู่ในบ้านพิพาท ทั้งปรากฏตามคำเบิกความของนางวันทองภริยาโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองไปแจ้งขอทะเบียนบ้านพิพาทเป็นของจำเลยตามเอกสารหมาย

ล.1 เชื่อว่าจำเลยทั้งสองได้ปลูกบ้านบนที่ดินพิพาทโดยโจทก์รู้เห็นยินยอมบ้านพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง และไม่ถือว่าบ้านพิพาทเป็นส่วนควบของที่ดินพิพาท เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยทั้งสองอยู่ในที่พิพาทจำเลยทั้งสองก็ต้องรื้อบ้านออกไปจากที่พิพาท ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาโจทก์และจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน นนทแก้ว · เสรี แสงศิลป์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2531

ว. เป็นผู้เช่าที่ดินจากจำเลยในฐานะส่วนตัว มิใช่เป็นตัวแทนเชิดของโจทก์ แม้โจทก์จะเข้าไปประกอบกิจการโรงแรมในที่เช่า และก่อนสัญญาเช่าครบกำหนดเวลา ว. ได้แสดงเจตนาขอต่ออายุสัญญาเช่าก็ไม่ก่อนิติสัมพันธ์ระหว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3712/2526

ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ ผ.จดทะเบียนยกให้พระภิกษุฮ. ระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศ เมื่อพระภิกษุ ฮ. ถึงแก่มรณภาพ ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นสมบัติของวัดโจทก์ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุ ฮ. ตาม ประมวลกฎหมายแพ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2512

จำเลยได้บุตรสาวผู้ร้องเป็นภริยา และได้ปลูกเรือนพิพาทบนที่ดินของผู้ร้องใช้เป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยและภริยา. แม้เรือนจะมีลักษณะถาวรติดที่ดิน แต่เมื่อตามพฤติการณ์เห็นได้ว่าผู้ร้องกับสามียินยอมให้ปลูกเพื่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 16342)

ผู้ร้องทำสัญญาให้จำเลยเช่าที่ดินปลูกตึกแถวที่โจทก์นำยึด มีกำหนด 15 ปีโดยจดทะเบียนการเช่า. มีข้อสัญญาว่า หากผู้เช่าผิดสัญญา.ไม่ชำระค่าเช่า 3 ครั้งติดๆ กัน.ยอมยกสิ่งปลูกสร้างให้เป็นกรรมสิทธิ์. ดังนี้ ก่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 39402)

ผู้ร้องทำสัญญาให้จำเลยเช่าที่ดินปลูกตึกแถวที่โจทก์นำยึดมีกำหนด 15 ปีโดยจดทะเบียนการเช่ามีข้อสัญญาว่า หากผู้เช่าผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่า 3 ครั้งติดๆ กันยอมยกสิ่งปลูกสร้างให้เป็นกรรมสิทธิ์ ดังนี้ ก่อนเจ้า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้