Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยได้บุตรสาวผู้ร้องเป็นภริยา และได้ปลูกเรือนพิพาทบนที่ดินของผู้ร้องใช้เป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยและภริยา. แม้เรือนจะมีลักษณะถาวรติดที่ดิน แต่เมื่อตามพฤติการณ์เห็นได้ว่าผู้ร้องกับสามียินยอมให้ปลูกเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย. กรณีจึงเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 109 ไม่ถือว่าเรือนพิพาทเป็นส่วนควบกับที่ดินของผู้ร้องและสามี. ผู้ร้องจึงไม่อาจร้องขัดทรัพย์เรือนพิพาทของจำเลยที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำยึดบังคับคดีได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้ดำเนินการบังคับคดีโดยยึดเรือนจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษา 1 หลัง หมู่ที่ 13 ตำบลสีดาอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ราคา 5,000 บาท เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้

ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านว่าเรือนที่นำยึดเป็นของผู้ร้องกับสามีปลูกในที่ดินของผู้ร้องเมื่อ 10 ปีมาแล้ว ได้ให้นางป้อมบุตรสาวอยู่ได้ 2-3 ปี จึงได้จำเลยเป็นสามี และอยู่กินในเรือนพิพาทนี้ตลอดมา ครั้นเมื่อ 5 ปีมานี้ ทั้งสองได้ออกจากเรือนพิพาทไปทำกินอยู่จังหวัดอุดรธานีจึงได้ส่งมอบเรือนพิพาทคืนแก่ผู้ร้อง ซึ่งต่อมาผู้ร้องได้ให้บุตรชายอยู่อาศัย ขอให้ศาลสั่งปล่อยเรือนพิพาทที่ถูกนำยึด โจทก์คัดค้านว่าเรือนพิพาทเป็นของจำเลยซึ่งปลูกสร้างและอยู่อาศัยเองตลอดมา มิใช่เป็นของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นฟังว่าเรือนพิพาทเป็นของผู้ร้อง พิพากษายกคำร้องขัดทรัพย์

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยเป็นผู้ปลูกเรือนพิพาทในที่ดินของผู้ร้อง แต่เรือนพิพาทเป็นเรือนถาวร และไม่ปรากฏว่าปลูกไว้เป็นการชั่วคราว หรือจำเลยได้สิทธิหรืออำนาจใด ๆ จากผู้ร้องเรือนพิพาทจึงเป็นส่วนควบของที่ดินผู้ร้อง ตามแบบอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ 648/2506 พิพากษากลับ ให้ถอนการยึดเรือนพิพาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยเป็นผู้ปลูกเรือนพิพาทขึ้นเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยและภริยาและตามพฤติการณ์แห่งคดีเห็นได้ว่าผู้ร้องและสามียินยอมให้จำเลยปลูกเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยและภริยา เรือนพิพาทจึงไม่เป็นส่วนควบกับที่ดินของผู้ร้อง คำพิพากษาฎีกาที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นอ้าง ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ โจทก์มีอำนาจยึดได้ ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขัดทรัพย์

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัศนี เกาไศยนันท์ · กิตติ สีหนนทน์ · ถาวร หุตะโกวิท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 16342)

ผู้ร้องทำสัญญาให้จำเลยเช่าที่ดินปลูกตึกแถวที่โจทก์นำยึด มีกำหนด 15 ปีโดยจดทะเบียนการเช่า. มีข้อสัญญาว่า หากผู้เช่าผิดสัญญา.ไม่ชำระค่าเช่า 3 ครั้งติดๆ กัน.ยอมยกสิ่งปลูกสร้างให้เป็นกรรมสิทธิ์. ดังนี้ ก่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 39402)

ผู้ร้องทำสัญญาให้จำเลยเช่าที่ดินปลูกตึกแถวที่โจทก์นำยึดมีกำหนด 15 ปีโดยจดทะเบียนการเช่ามีข้อสัญญาว่า หากผู้เช่าผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่า 3 ครั้งติดๆ กันยอมยกสิ่งปลูกสร้างให้เป็นกรรมสิทธิ์ ดังนี้ ก่อนเจ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 68224)

ผู้ร้องทำสัญญาให้จำเลยเช่าที่ดินปลูกตึกแถวที่โจทก์นำยึด มีกำหนด 15 ปี โดยจดทะเบียนการเช่า มีข้อสัญญาว่า หากผู้เช่าผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่า 3 ครั้งติด ๆ กัน ยอมยกสิ่งปลูกสร้างให้เป็นกรรมสิทธิ์ ดังนี้ ก่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 648/2506

ตามธรรมดาโรงเรือนซึ่งปลูกสร้างลงในที่ดินย่อมเป็นส่วนควบของที่ดิน ใครเป็นเจ้าของที่ดินย่อมมีกรรมสิทธิ์ในโรงเรือนนั้น เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 109 หรือ 1312 จำเลยมาได้บุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 805/2537

บ้านพิพาทหลังเดิมเป็นของบิดาและมารดาผู้ร้อง ต่อมาได้ยกให้แก่ผู้ร้องพร้อมทั้งที่ดินก่อนที่ผู้ร้องจดทะเบียนสมรสกับจำเลย ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง หลังจากนั้นมีการต่อเติมบ้านในลักษณะถาวรต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้