Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 648/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามธรรมดาโรงเรือนซึ่งปลูกสร้างลงในที่ดินย่อมเป็นส่วนควบของที่ดิน ใครเป็นเจ้าของที่ดินย่อมมีกรรมสิทธิ์ในโรงเรือนนั้น เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 109 หรือ 1312 จำเลยมาได้บุตรสาวของผู้ร้องเป็นภรรยาและได้เข้าอยู่ร่วมในเรือนของผู้ร้องซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของผู้ร้อง ต่อมาเรือนเก่าทรุดโทรม จึงรื้อลงสร้างหลังใหม่แทน หากจะฟังว่าจำเลยเป็นผู้ออกเงินค่าก่อสร้างเรือนหลังใหม่นี้ แต่เมื่อเรือนนี้มีลักษณะถาวรติดที่ดิน และไม่ปรากฏเลยว่าจำเลยได้รับสิทธิหรืออำนาจที่จะปลูกเรือนนี้ลงในที่ดินของผู้ร้องแต่ประการใด กรณีจึงไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 109 และไม่ใช่เรื่องที่จำเลยปลูกเรือนรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ร้องตามมาตรา 1312 ด้วย จึงต้องถือว่าเรือนนี้เป็นส่วนควบของที่ดินที่ปลูกเรือน และตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องตามมาตรา 107 เจ้าหนี้ผู้ชนะคดีจำเลยจะยึดเรือนนี้เพื่อขายเอาชำระหนี้ไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยไม่ใช้เงินตามคำบังคับโจทก์นำยึดที่ดินและเรือนเพื่อขายใช้หนี้

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่ดินและเรือนนั้นเป็นของผู้ร้องไม่ใช่ของจำเลย ๆ เป็นบุตรเขยผู้ร้อง เคยอาศัยอยู่ในที่ดินและเรือนของผู้ร้อง แต่จำเลยได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว ขอให้สั่งปล่อยที่ดินและเรือน โจทก์คัดค้านว่าเป็นของจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ถอนการยึดที่ดินพิพาท แต่ให้ยกคำร้องเฉพาะที่เกี่ยวกับเรือนพิพาท โจทก์และผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกคำร้องขอปล่อยที่ดินพิพาทเสียด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้อง ส่วนเรือนพิพาทนั้นได้ความว่า ชั้นเดิมเป็นเรือนแฝดสองหลังติดกัน หลังหนึ่งเป็นครัว เป็นเรือนของผู้ร้องกับสามีปลูกอาศัยอยู่ในที่พิพาทมา ๓๐ ปีเศษแล้ว เมื่อ ๑๗ ปีมานี้จำเลยได้บุตรสาวของผู้ร้องเป็นภรรยา ได้เข้ามาอาศัยอยู่ร่วมกับผู้ร้องในเรือนเดียวกัน ต่อมาเรือนเก่าหลังใหญ่ชำรุดทรุดโทรม จึงได้รื้อลงและสร้างเรือนพิพาทขึ้นใหม่แทนเรือนหลังเก่า มีชานติดต่อกับเรือนหลังเล็กซึ่งใช้เป็นครัวเดิม ผู้ร้องและครอบครัวคงอยู่ร่วมกันในเรือนพิพาทต่อมา ครั้นเมื่อ ๓ ปีมานี้จำเลยได้อพยพครอบครัวไปอยู่ที่อื่น ส่วนผู้ร้องคงอาศัยอยู่ในเรือนพิพาท

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามธรรมดาโรงเรือนซึ่งปลูกสร้างลงในที่ดินย่อมเป็นส่วนควบของที่ดิน ใครเป็นเจ้าของที่ดินย่อมมีกรรมสิทธิ์ในโรงเรือนนั้น เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๙ หรือ ๑๓๑๒ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเรือนพิพาทเป็นสิ่งปลูกสร้างอันมีลักษณะถาวรติดที่ดิน ไม่ปรากฏเลยว่าเป็นการปลูกทำลงเพียงชั่วคราวแล้วจะรื้อถอนไป หากความจริงจะเป็นดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยเป็นผู้ออกเงินค่าก่อสร้างเรือนพิพาทก็ตาม แต่ก็ไม่ปรากฏเลยว่าจำเลยผู้ปลูกสร้างได้รับสิทธิหรืออำนาจที่จะปลูกเรือนพิพาทลงในที่ดินของผู้ร้องแต่ประการใด กรณีจึงไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา ๑๐๙ และไม่ใช่เรื่องที่จำเลยปลูกเรือนรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ร้องตามมาตรา ๑๓๑๒ ด้วย จึงต้องฟังว่าเรือนพิพาทเป็นส่วนควบของที่ดินและตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องตามมาตรา ๑๐๗ ตามนัยฎีกาที่ ๓๑๙/๒๔๙๐ และ ๑๘๖๘/๒๔๙๒ โจทก์จะยึดเรือนพิพาทเพื่อขายชำระหนี้โจทก์ไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ปล่อยที่ดินและเรือนที่ยึดไว้นั้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยง เหลืองรังษี · ประมูล สุวรรณศร · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายโกวิท สุนทรขจิต
ศาลอุทธรณ์ - นายเสวตร โรจนเวทย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2512

จำเลยได้บุตรสาวผู้ร้องเป็นภริยา และได้ปลูกเรือนพิพาทบนที่ดินของผู้ร้องใช้เป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยและภริยา. แม้เรือนจะมีลักษณะถาวรติดที่ดิน แต่เมื่อตามพฤติการณ์เห็นได้ว่าผู้ร้องกับสามียินยอมให้ปลูกเพื่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 16342)

ผู้ร้องทำสัญญาให้จำเลยเช่าที่ดินปลูกตึกแถวที่โจทก์นำยึด มีกำหนด 15 ปีโดยจดทะเบียนการเช่า. มีข้อสัญญาว่า หากผู้เช่าผิดสัญญา.ไม่ชำระค่าเช่า 3 ครั้งติดๆ กัน.ยอมยกสิ่งปลูกสร้างให้เป็นกรรมสิทธิ์. ดังนี้ ก่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 39402)

ผู้ร้องทำสัญญาให้จำเลยเช่าที่ดินปลูกตึกแถวที่โจทก์นำยึดมีกำหนด 15 ปีโดยจดทะเบียนการเช่ามีข้อสัญญาว่า หากผู้เช่าผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่า 3 ครั้งติดๆ กันยอมยกสิ่งปลูกสร้างให้เป็นกรรมสิทธิ์ ดังนี้ ก่อนเจ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 68224)

ผู้ร้องทำสัญญาให้จำเลยเช่าที่ดินปลูกตึกแถวที่โจทก์นำยึด มีกำหนด 15 ปี โดยจดทะเบียนการเช่า มีข้อสัญญาว่า หากผู้เช่าผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่า 3 ครั้งติด ๆ กัน ยอมยกสิ่งปลูกสร้างให้เป็นกรรมสิทธิ์ ดังนี้ ก่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 805/2537

บ้านพิพาทหลังเดิมเป็นของบิดาและมารดาผู้ร้อง ต่อมาได้ยกให้แก่ผู้ร้องพร้อมทั้งที่ดินก่อนที่ผู้ร้องจดทะเบียนสมรสกับจำเลย ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง หลังจากนั้นมีการต่อเติมบ้านในลักษณะถาวรต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้