Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1779/2499

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อได้ความว่าจำเลยสมรู้ให้เจ้าพนักงานกระทำผิดตามมาตรา136 แล้วแม้จำเลยจะเป็นราษฎรก็ตามก็ย่อมมีความผิดฐานเป็นผู้สมรู้ในความผิดที่เจ้าพนักงานกระทำนั้นผู้สมรู้ก็เป็นกระทำผิดเมื่อความผิดนั้นๆ ต้องตามบทมาตราใน พระราชบัญญัติกักกันฯก็ลงโทษกักกันผู้สมรู้นั้นได้ พระราชบัญญัติกักกันฯมิได้ประสงค์ให้ลงโทษแต่เฉพาะตัวการไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 136 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 65 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 270 พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 มาตรา 8 พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 มาตรา 9

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองได้แสดงตนต่อนางฮุ้ยจิงว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานแล้วจับนางฮุ้ยจิง โดยแกล้งกล่าวหาว่านางฮุ้ยจิงเล่นการพนันสลากกินรวบ แล้วควบคุมพาไปที่ต่าง ๆ ให้ปราศจากความเป็นอิสระแก่ตน และบังคับให้นางฮุ้ยจิงหาเงินให้แก่จำเลย 5,000 บาทวันเดียวกันจำเลยทั้งสองไปแสดงตนต่อนายจั้กฮวง สามีนางฮุ้ยจิงว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานตำรวจแล้วจับหาว่าเล่นการพนันสลากกินรวบพาไปที่ต่าง ๆ และบังคับให้นายจั้กฮวงหาเงินมาให้จำเลย 2,000 บาท นายจั้กฮวงกลัวจึงให้เงินแก่จำเลย 100 บาท จำเลยยึดใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวและบังคับให้นำเงิน 1,910 บาทมาให้แก่จำเลยในวันต่อมานายจั้กฮวงก็ได้นำเงินไปให้จำเลยที่ 1 เคยต้องโทษตามกฎหมายอาญา มาตรา 254 พ้นโทษไปยังไม่เกิน 5 ปี

จำเลยที่ 2 เคยต้องโทษจำคุกหลายครั้ง พ้นโทษไปแล้วมาทำผิดคดีนี้อีกใน 3 ปี โทษครั้งก่อนและครั้งนี้เป็นความผิดอาญาอันเป็นเหตุร้ายตามกฎหมายขอให้ลงโทษตามมาตรา 127, 136, 270, 303,63, 71, 72, 73 พระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญา พ.ศ. 2484มาตรา 3 พระราชบัญญัติอนุมัติพระราชกำหนด พ.ศ. 2484 มาตรา 3 และพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 มาตรา 8, 9 ฯลฯจำเลยทั้งสองปฏิเสธ แต่แถลงว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษมาตามใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้องจริงศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 127, 136, 270, 303 พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญาพ.ศ. 2484 มาตรา 3 พระราชบัญญัติอนุมัติพระราชกำหนดดังกล่าวพ.ศ. 2484 มาตรา 3 ให้รวมกระทงลงโทษตามมาตรา 71 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี และให้เพิ่มโทษตามมาตรา 72 แต่ลดโทษเพราะคำให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาตามมาตรา 59 ให้ 1 ใน 3เป็นอันกลบลบกันไปกับโทษที่เพิ่มคงให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 ให้จำคุก 2 ปี เพิ่มโทษตามมาตรา 73 กึ่งหนึ่งเป็นจำคุก 3 ปี เมื่อพ้นโทษแล้วให้ส่งตัวไปกักกัน 3 ปี ตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 มาตรา 8, 9 ฯลฯจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ 1 ผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 136, 270 และพระราชกำหนดพระราชบัญญัติตามที่โจทก์อ้าง จำเลยที่ 2 ผิดตามมาตรา 270 และผิดตามมาตรา 136ประกอบด้วยมาตรา 65 และพระราชกำหนดพระราชบัญญัติดังกล่าวส่วนกำหนดโทษ การเพิ่มโทษ การกักกัน และการคืนใบสำคัญคนต่างด้าวให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ผู้เดียวฎีกาศาลอาญาเห็นเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้าม จึงสั่งไม่รับฎีกาจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 3(1) และ (7) จำเลยโต้เถียงเป็นปัญหาข้อกฎหมายจึงสั่งให้รับฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฎีกาข้อ 3(1) จำเลยที่ 2 ค้านว่า จำเลยที่ 2 เป็นราษฎรการกระทำของจำเลยที่ 2 จึงไม่เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 136ประกอบด้วยมาตรา 65ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่า

ผู้สมรู้ให้เจ้าพนักงานกระทำผิด ย่อมมีความผิดฐานเป็นผู้สมรู้ในความผิดที่เจ้าพนักงานกระทำนั้นฎีกาข้อ 3(7) จำเลยกล่าวว่า พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 ประสงค์ให้ลงโทษแก่ผู้กระทำผิดที่เป็นตัวการส่วนจำเลยเป็นเพียงผู้สมรู้ จึงลงโทษกักกันแก่จำเลยไม่ได้ศาลฎีกาเห็นว่าผู้สมรู้ก็เป็นผู้กระทำผิด เมื่อความผิดนั้น ๆ ต้องตามบทมาตราในพระราชบัญญัติกักกันฯ ก็ลงโทษกักกันผู้สมรู้นั้นได้ พระราชบัญญัติกักกันฯ มิได้ประสงค์ให้ลงโทษแต่เฉพาะตัวการดังจำเลยโต้แย้งมาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาจำเลยที่ 2 เสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2502

ศาลพิพากษาจำคุกจำเลย 1 ปีและให้ส่งตัวไปกักกันอีก 3 ปี คดีถึงที่สุดก่อนใช้ พ.ร.บ. ล้างมลทินและประมวลกฎหมายอาญา เมื่อจำเลยถูกจำคุกครบ 1 ปีแล้ว ระหว่างที่จำเลยถูกกักกันอยู่ มีพ.ร.บ. ล้างมลทินฯ และประมวลก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 395/2501

การที่จำเลยหยิบเอาเงินไป เนื่องจากที่ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ความผิดเรื่องลักทรัพย์เกลื่อนกลืนเข้าไปในกรณีนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2501

การที่จะรื้อฟื้นเอาคำพิพากษาในคดีอาญาถึงที่สุดแล้วมาเปลี่ยนแปลงได้ จะต้องอาศัยอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง และมาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 12 ถึง 16 ได้บัญญัติเรื่องวิธีกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 827/2500

โจทก์ฟ้องขอให้กักกันจำเลยในฐานเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย โดยจำเลยเคยทำผิดต้องโทษจำคุกอันมิใช่ประมาทหรือลหุโทษมา 4 ครั้ง และมาทำผิดฐานชิงทรัพย์อีก โจทก์จึงฟ้องขอให้กักกันจำเลยฐานเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2499

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.288,60 มีกำหนด 1 ปี จำเลยมีอายุไม่เกิน 20 ปีลดให้1 ใน 3 คงจำ 8 เดือน เพิ่มตาม ม.73 อีกกึ่งหนึ่งและลดฐานรับสารภาพให้ 1 ใน 3 คงให้จำคุกไว้ 8 เดือน เมื่อจำเลยพ้น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้