Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1816/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

น. เป็นพี่สาวของจำเลย ผู้ตายทะเลาะกับ น. จำเลยเข้าไปห้ามทำให้ผู้ตายไม่พอใจ แล้วผู้ตายกับจำเลยใช้อาวุธปืนยิงซึ่งกันและกันในทันทีทันใดนั้นหลายนัด แสดงว่าต่างสมัครใจทำร้ายซึ่งกันและกัน และขณะนั้นพี่น้องและหลานของจำเลยวิ่งออกจากร้านที่เกิดเหตุแล้ว จำเลยจะอ้างว่าผู้ตายยิงจำเลยก่อนจำเลยจึงยิงผู้ตายเพื่อป้องกันตัวจำเลย พี่น้องและหลานของจำเลยหาได้ไม่พฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุที่ผู้ตายถืออาวุธปืนข่มขู่ชวนวิวาทตลอดเวลานับว่าผู้ตายมีส่วนในการก่อเหตุคดีนี้ด้วย ประกอบกับจำเลยก็ให้การรับในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ สมควรวางโทษและลดโทษจำเลยให้เบาลงตามความเหมาะสมของพฤติการณ์แห่งคดี.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงร้อยเอกวิชิต เศรษฐเสวี ถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 91พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 และสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของจำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาฆ่าผู้อื่น จำเลยรับว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง แต่กระทำไปเพราะบันดาลโทสะและเพื่อป้องกันตัวศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้จำคุก 20 ปี และมีความผิดฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 ให้จำคุก 6 เดือน แต่จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหานี้เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ

ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 3 เดือน รวมเป็นจำคุก 20 ปี 3 เดือน คืนของกลางแก่เจ้าของจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ทั้งจำเลยก็ถูกยิงได้รับอันตรายสาหัส สมควรลดโทษให้แก่จำเลยพิพากษาแก้เป็นว่าข้อหาฆ่าผู้อื่น ลดโทษให้ 1 ใน 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เหลือจำคุก 15 ปี รวมเป็นจำคุก15 ปี 3 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยิงผู้ตายเพื่อป้องกันตัวหรือไม่ จำเลยอ้างว่าจำเลยไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตายมาก่อน ผู้ตายยิงจำเลยก่อน จำเลยจึงยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าทางนำสืบทั้งสองฝ่ายรับกันว่าผู้ตายกับจำเลยไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกัน แต่ผู้ตายกับนางหนึ่งนุชพรหมมินทร์ พี่ของจำเลยมีเหตุโต้เถียงกัน จำเลยเข้าไปห้ามทำให้ผู้ตายไม่พอใจจำเลย ผู้ตายกับจำเลยใช้อาวุธปืนยิงซึ่งกันและกันในทันทีทันใดหลายนัดย่อมแสดงว่าทั้งสองฝ่ายต่างสมัครใจที่จะใช้อาวุธปืนทำร้ายซึ่งกันและกัน จะอ้างว่าผู้ตายยิงจำเลยก่อน จำเลยจึงยิงผู้ตาย เป็นการกระทำไปเพื่อป้องกันตัวจำเลยและพี่น้องหลานของจำเลยไม่ได้ เพราะขณะที่ยิงกันพี่น้องและหลานของจำเลยวิ่งออกจากร้านเกิดเหตุแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายที่ว่าจำเลยกับผู้ตายต่างก็ใช้อาวุธปืนยิงซึ่งกันและกัน ขอให้ลงโทษจำเลยสถานเบานั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ตายกับจำเลยต่างใช้อาวุธปืนยิงซึ่งกันและกัน จนจำเลยก็บาดเจ็บสาหัสพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุที่ผู้ตายถืออาวุธปืนข่มขู่ชวนวิวาทตลอดเวลานับว่าผู้ตายมีส่วนในการก่อเหตุคดีนี้ด้วย ประกอบกับจำเลยก็ให้การรับในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาว่าได้ใช้อาวุธยิงผู้ตายจริงอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษสมควรวางโทษและลดโทษจำเลยให้เบาลงตามความเหมาะสมของพฤติการณ์แห่งคดีฎีกาของจำเลยฟังขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า ข้อหาฆ่าผู้อื่นให้จำคุก 15 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปีรวมเป็นจำคุก 10 ปี 3 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สาระ เสาวมล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1337/2517

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจทำหน้าที่รักษาความสงบอยู่ในงานวัด ได้เข้าไปจับกุม น. เพราะมีคนมาแจ้งว่ามีอาวุธปืนและกำลังจะก่อเหตุร้ายในวงรำวง น. สลัดหลุดจนจำเลยล้มลงพอจำเลยลุกขึ้นได้ก็ใช้ปืนยิงไปทาง น. ซึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 589/2502

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนโดยเจตนาแม้จำเลยให้การรับสารภาพ หากทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้กระทำการป้องกันตนเองศาลก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยให้เป็นผลดีแก่จำเลยได้ จำเลยไปทวงเงินที่ผู้ตายเป็นหนี้อยู่ผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1597/2562

การกระทำซึ่งจะเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตาม ป.อ. มาตรา 68 ต้องเป็นการกระทำโดยเจตนา จำเลยเอาอาวุธปืนออกมาขู่ผู้ตายและทำปืนลั่นโดยประมาทถูกผู้ตายถึงแก่ความตายไม่ใช่การกระทำโดยเจตนา การกระทำของจำเลยจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8063/2560

การที่จำเลยมาหาผู้ตายที่บ้าน พ. เชื่อว่าเพื่อมาพูดคุยเรื่องที่ผู้ตายโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตำหนิจำเลย มิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยอ้างว่า เหตุที่มาหาผู้ตายที่บ้าน พ. เพราะถูกผู้ตายถีบรถจักรยานยนต์ของจำเลย เพ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 619414)

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 10 มีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80 ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 75 จำคุก 16 ปี 8 เ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้