Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2492

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องอ้างว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยเป็นผู้อาศัยจำเลยเถียงว่าเรือนเป็นของจำเลย โจทก์เป็นผู้อาศัย ประเด็นจึงมีว่าเรือนเป็นของใครโจทก์ย่อมนำสืบว่าเรือนเป็นของโจทก์เพราะครอบครองมาเกิน 10 ปีแล้วได้ โจทก์ไม่จำต้องบรรยายข้อเท็จจริงในฟ้องถึงการได้มาซึ่งเรือนพิพาท ก็ย่อมนำสืบเพื่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ได้ หากจำเลยเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์ยังไม่ชัดแจ้ง จำเลยก็ชอบที่จะขอร้องต่อศาลในชั้นชี้สองสถานและให้ศาลสอบถามโจทก์ให้ได้ความชัดขึ้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 โจทก์ได้ซื้อเรือนพิพาทจากบิดามารดาจำเลย และโจทก์ได้ครอบครองมานานกว่า 10 ปีแล้วแม้การซื้อขายจะขัดกับ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 และ 1299 หรือไม่ก็ตาม แต่โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แล้ว ข้อนำสืบของโจทก์จะหักล้างข้อสันนิษฐานซึ่งเป็นคุณแก่จำเลยหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่า เรือนพิพาทเป็นของโจทก์และห้ามจำเลยซึ่งเป็นผู้อาศัยเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยต่อสู้ว่าเรือนนั้นเป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังต้องกันว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามไม่ให้จำเลยเกี่ยวข้องจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า(1) คดีนี้

โจทก์ฟ้องอ้างว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยเป็นผู้อาศัย จำเลยเถียงว่าเรือนเป็นของตน ประเด็นจึงมีว่าเรือนเป็นของใคร และศาลล่างฟังข้อเท็จจริงว่า แม้เดิมเรือนหลังนี้เป็นของบิดามารดาจำเลย ๆ ขายให้แก่โจทก์ แม้การขายจะไม่ได้ทำให้ถูกต้อง โจทก์ก็ครอบครองมานานกว่า 10 ปี จึงฟังได้ว่าเรือนเวลานี้เป็นของโจทก์ แม้ข้อเท็จจริงเหล่านี้โจทก์ไม่ได้บรรยายในคำฟ้องก็ดี เพราะข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นถ้อยคำพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบประกอบคำฟ้อง เพื่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ โจทก์ไม่จำต้องบรรยายไว้ในคำฟ้อง หากจำเลยเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์ยังไม่ชัดแจ้ง จำเลยชอบที่จะร้องขอต่อศาลในชั้นชี้สองสถาน และให้ศาลสอบถามโจทก์ให้ได้ความชัดขึ้นตาม มาตรา 183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(2) ข้อนำสืบของโจทก์ที่ว่า

ได้ซื้อที่จากมารดาจำเลยนั้นการซื้อขายรายนี้ขัดต่อ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 และมาตรา 1299 หรือไม่ก็ตาม ไม่สำคัญ เพราะโจทก์ไม่ใช่ว่าได้กรรมสิทธิ์โดยบทกฎหมายทั้งสองนี้ แต่ได้โดยอาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ต่างหาก ส่วนที่จำเลยว่า ข้อนำสืบของโจทก์ไม่เพียงพอจะหักล้างข้อสันนิษฐานอันเป็นคุณแก่จำเลยอยู่แล้วนั้นเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามมาตรา 248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญเนติศาสตร์ · ปรีชาวินิจฉัย · ประวัติ ปัตตพงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้