Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 184/2492

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องอ้างว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยเป็นผู้อาศัยจำเลยเถียงว่าเรือนเป็นของจำเลย โจทก์เป็นผู้อาศัย ประเด็นจึงมีว่าเรือนเป็นของใครโจทก์ย่อมนำสืบว่าเรือนเป็นของโจทก์เพราะครอบครองมาเกิน 10 ปีแล้วได้ โจทก์ไม่จำต้องบรรยายข้อเท็จจริงในฟ้องถึงการได้มาซึ่งเรือนพิพาท ก็ย่อมนำสืบเพื่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ได้ หากจำเลยเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์ยังไม่ชัดแจ้ง จำเลยก็ชอบที่จะขอร้องต่อศาลในชั้นชี้สองสถานและให้ศาลสอบถามโจทก์ให้ได้ความชัดขึ้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 โจทก์ได้ซื้อเรือนพิพาทจากบิดามารดาจำเลย และโจทก์ได้ครอบครองมานานกว่า 10 ปีแล้วแม้การซื้อขายจะขัดกับ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 และ 1299 หรือไม่ก็ตาม แต่โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แล้ว ข้อนำสืบของโจทก์จะหักล้างข้อสันนิษฐานซึ่งเป็นคุณแก่จำเลยหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่า เรือนพิพาทเป็นของโจทก์และห้ามจำเลยซึ่งเป็นผู้อาศัยเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยต่อสู้ว่าเรือนนั้นเป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังต้องกันว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามไม่ให้จำเลยเกี่ยวข้องจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า(1) คดีนี้

โจทก์ฟ้องอ้างว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยเป็นผู้อาศัย จำเลยเถียงว่าเรือนเป็นของตน ประเด็นจึงมีว่าเรือนเป็นของใคร และศาลล่างฟังข้อเท็จจริงว่า แม้เดิมเรือนหลังนี้เป็นของบิดามารดาจำเลย ๆ ขายให้แก่โจทก์ แม้การขายจะไม่ได้ทำให้ถูกต้อง โจทก์ก็ครอบครองมานานกว่า 10 ปี จึงฟังได้ว่าเรือนเวลานี้เป็นของโจทก์ แม้ข้อเท็จจริงเหล่านี้โจทก์ไม่ได้บรรยายในคำฟ้องก็ดี เพราะข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นถ้อยคำพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบประกอบคำฟ้อง เพื่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ โจทก์ไม่จำต้องบรรยายไว้ในคำฟ้อง หากจำเลยเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์ยังไม่ชัดแจ้ง จำเลยชอบที่จะร้องขอต่อศาลในชั้นชี้สองสถาน และให้ศาลสอบถามโจทก์ให้ได้ความชัดขึ้นตาม มาตรา 183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(2) ข้อนำสืบของโจทก์ที่ว่า

ได้ซื้อที่จากมารดาจำเลยนั้นการซื้อขายรายนี้ขัดต่อ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 และมาตรา 1299 หรือไม่ก็ตาม ไม่สำคัญ เพราะโจทก์ไม่ใช่ว่าได้กรรมสิทธิ์โดยบทกฎหมายทั้งสองนี้ แต่ได้โดยอาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ต่างหาก ส่วนที่จำเลยว่า ข้อนำสืบของโจทก์ไม่เพียงพอจะหักล้างข้อสันนิษฐานอันเป็นคุณแก่จำเลยอยู่แล้วนั้นเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามมาตรา 248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
จำรูญเนติศาสตร์ · ปรีชาวินิจฉัย · ประวัติ ปัตตพงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up