Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1840/2500

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 610/2495 ซึ่งโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำการยักยอกเงินอยู่ในระหว่างระยะเวลาที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดในคดีนี้ด้วยก็ดี แต่เมื่อปรากฏว่าเงินที่จำเลยได้รับไว้ในคดีนี้จากบุคคลคนละคน คนละคราวต่างกรรมต่างวาระกัน ดังนี้ ฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ (ฎีกาที่ 1086/2496)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นพนักงานเทศบาลมีหน้าที่เก็บเงินผลประโยชน์ของเทศบาล วันที่ 19 มิถุนายน 2493 เวลากลางวันจำเลยได้รับเงินค่าใบอนุญาตสะสมอาหารจากนางเม้ง 20 บาท อันเป็นเงินผลประโยชน์ของเทศบาลตำบลป่าโมกครั้นวันใดไม่ปรากฏชัดระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน 2493 ถึงวันที่ 13 มีนาคม 2494 จำเลยยักยอกเงินสะสมอาหาร 20 บาท ดังกล่าวไป จำเลยนี้เป็นคนเดียวกับจำเลยในคดีแดงของศาลจังหวัดอ่างทองที่ 610/2495 ขอให้พิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131 ฯลฯจำเลยปฏิเสธและตัดฟ้องว่า ความผิดที่โจทก์ฟ้องเป็นกรณีเดียวกันกับความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วตามสำนวนคดีดำที่ 329/2494 คดีแดงที่610/2495 สิทธิของโจทก์ที่จะฟ้องคดีนี้จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) และคำพิพากษาฎีกาที่ 752/2486 โจทก์ควรจะรวมฟ้องเสียคราวเดียวกัน

เพราะเป็นกรรมและวาระเดียวกันซึ่งศาลได้พิพากษาในความผิดนี้เสร็จเด็ดขาดไปแล้วจะนำกฎหมายบทอื่นที่จำเลยทำละเมิดแต่ไม่ได้ฟ้องในครั้งก่อนมาฟ้องจำเลยอีกไม่ได้ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1182/2494 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยได้ถูกฟ้องและศาลได้พิพากษาลงโทษไปแล้วในคดีอาญาแดงที่ 610/2495 ถึงจะปรากฏหลักฐานขึ้นภายหลังว่าจำเลยได้ยักยอกเงินรายอื่นของเทศบาลป่าโมก แต่ก็เป็นเงินจำพวกผลประโยชน์ของเทศบาลอยู่นั่นเอง โจทก์หมดสิทธิฟ้องร้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์คัดค้านว่า ต่างกรรม ต่างวาระกันศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วสืบพยานต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความจำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 610/2495ของศาลจังหวัดอ่างทอง ซึ่งโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำการยักยอกเงินในระหว่างระยะเวลาที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดในคดีนี้ด้วยก็ดีแต่เงินที่จำเลยได้รับไว้ตามหน้าที่นั้น จากบุคคลคนละคน และรับเงินไว้คนละคราว ต่างกรรม ต่างวาระ ฉะนั้นฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงไม่ใช่เป็นการฟ้องซ้ำดังฎีกาของจำเลย โดยนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 1086/2496พิพากษายืนให้ยกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิบูลย์ไอศวรรย์ · มนูภันย์วิมลสาร · ประศาสน์วินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9051/2547

โจทก์ร่วมเคยร้องทุกข์กล่าวหาจำเลยว่ายักยอกเงินตามเช็คของโจทก์ร่วมไปจำนวน 3,000,000 บาทเศษ แล้วต่อมาได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยและถอนคำร้องทุกข์ในคดีกังกล่าวไป ก็เพียงทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2532

โจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาเบิกความเท็จในคดีก่อน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์มาฟ้องจำเลยใหม่เป็นคดีนี้ โดย ข้อความที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยเบิกความเท็จในคดีนี้ เป็นข้อความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3617/2532

ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบไว้แก่ผู้ร้องครั้งหนึ่งแล้ว แต่ศาลฎีกาพิพากษายกคำร้องเพราะผู้ร้องบรรยายคำร้องว่ารถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องแต่ผู้เดียวจำเลยนำรถยนต์ของกลางไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3532/2529

เดิมโจทก์เป็นผู้เช่าอาคารและบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีต่อมาสัญญาเช่าหมดอายุ ทางราชการได้อนุมัติให้ธ เป็นผู้เช่าในนามของคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมือง โจทก์ก็ยังคงอยู่ในที่เช่าและคงขายธูป เทียน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้