Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1886/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกับพวกปล้นทรัพย์หรือรับของโจรศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ทั้งสองข้อหานี้ แต่ลงโทษจำเลย ฐานลักทรัพย์โจทก์มิได้อุทธรณ์ความผิดในข้อหาปล้นทรัพย์และรับของโจร จึงถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาของ ศาลชั้นต้น จำเลยไปพบทรัพย์ของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายปล้นเอาไปทิ้งไว้ริมทางรถไฟ จำเลยนำไปซุกซ่อนไว้ในป่าละเมาะเมื่อผู้เสียหายมิได้ติดตามเอาทรัพย์ ที่ถูกคนร้ายปล้นเอาไปคืนจากคนร้าย ถือได้ว่าการครอบครองทรัพย์ ของผู้เสียหายได้ สิ้นสุดลงตั้งแต่คนร้ายได้แย่งการครอบครองไป การครอบครอง ทรัพย์จึงเป็นของคนร้ายจำเลยเอาทรัพย์ดังกล่าว ไป จึง มิใช่เป็นการแย่งการครอบครองไปจากผู้เสียหาย จำเลย ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ของผู้เสียหายส่วนจำเลยจะมี ความผิด ฐานลักทรัพย์ของคนร้ายที่ปล้นเอาไปจากผู้เสียหายตาม ข้อเท็จจริง ที่ปรากฏในทางพิจารณาหรือไม่นั้น ไม่ใช่เป็น เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ศาลจึงลงโทษจำเลยไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า มีคนร้าย 6 คนปล้นเอาทรัพย์สินหลายอย่างรวมทั้งโทรทัศน์1 เครื่องของผู้เสียหายไป ทั้งนี้โดยจำเลยกับพวกเป็นคนร้ายปล้นทรัยพ์ของผู้เสียหายหรือมิฉะนั้นจำเลยได้รับโทรทัศน์ดังกล่าวไว้จากคนร้าย โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 357 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าทรัพย์จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334จำคุก 1 ปี คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ข้อหาลักทรัพย์อีกด้วยโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกับพวกปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายหรือมิฉะนั้นก็รับของโจร โทรทัศน์ของกลางของผู้เสียหายซึ่งถูกคนร้ายปล้นเอาไปไว้จากคนร้าย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องทั้งสองข้อหานี้ แต่ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์โทรทัศน์ของกลางของผู้เสียหาย โจทก์มิได้อุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ความผิดในข้อหาปล้นทรัพย์และรับของโจรจึงถึงที่สุดไปแล้ว คงมีปัญหาว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ของผู้เสียหายตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า คืนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 1 นาฬิกามีคนร้ายประมาณ 7 คน เข้าปล้นทรัพย์ผู้เสียหายได้ทรัพย์สินไปหลายอย่างรวมทั้งโทรทัศน์ของกลางด้วย ครั้นรุ่งเช้ามีผู้พบจำเลยเดินแบกโทรทัศน์ของกลางไปซุกซ่อนไว้ในป่าละเมาะ ซึ่งบริเวณที่พบอยู่ห่างจากบ้านผู้เสียหายประมาณ7 - 8 กิโลเมตร ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 บัญญัติว่า "ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ฯลฯ "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามบทบัญญัติดังกล่าว ความผิดฐานลักทรัพย์มีองค์ประกอบภายนอกอยู่ 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เป็นทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย และส่วนที่ 2 เป็นการกระทำคือการเอาไปซึ่งมีความหมายว่า พาทรัพย์เคลื่อนที่ไปจากการครอบครองของผู้อื่นด้วยการเข้าถือเอาทรัพย์โดยผู้ครอบครองเดิมไม่อนุญาต จึงเห็นได้ว่าการเอาไปตามมาตรา 334 นี้ ประกอบด้วยการกระทำ 2 ประการคือ แย่งการครอบครองประการหนึ่ง และพาเคลื่อนที่ไปอีกประการหนึ่ง ดังนี้ เมื่อโทรทัศน์ของกลางถูกคนร้ายปล้นเอาไปจากการครอบครองของผู้เสียหายแล้ว ผู้เสียหายมิได้ออกติดตามเอาทรัพย์สินที่ถูกปล้นไปคืนจากคนร้ายแต่อย่างใด จนกระทั่งรุ่งเช้าจึงไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจ

แสดงว่า การครอบครองโทรทัศน์ของกลางของผู้เสียหายได้สิ้นสุดลงตั้งแต่คนร้ายปล้นทรัพย์ได้แบ่งการครอบครองไป การครอบครองโทรทัศน์ของกลาง จึงเป็นของคนร้าย ฉะนั้นขณะที่จำเลยพบโทรทัศน์ของกลางและเอาไปซุกซ่อนไว้ดังกล่าว จึงมิใช่เป็นการแบ่งการครอบครองไปจากผู้เสียหายจำเลยไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์โทรทัศน์ของผู้เสียหายแต่อย่างใด ส่วนจำเลยจะมีความผิดฐานลักทรัพย์ของคนร้ายที่ปล้นเอาไปจากผู้เสียหายตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาหรือไม่นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรค 4พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย วุฒิจำนงค์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · อภินย์ ปุษปาคม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1513/2562

จำเลยขับรถจักรยานยนต์ติดตามผู้เสียหายมาถึงที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์ไปจอดที่ลานจอดรถในมหาวิทยาลัย น. ผู้เสียหายยังไม่ได้ลงจากรถ จำเลยเดินมาจากด้านหลังของผู้เสียหายแล้วถามผู้เสียหายว่ามีเงิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3392/2556

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานปล้นทรัพย์ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายแล้วนำมาแบ่งกันที่บ้านของจำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 4 ได้รับทรัพย์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15491/2553

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันปล้นทรัพย์รถจักรยานยนต์ของผู้ตาย โดยใช้อาวุธตีประทุษร้ายผู้ตาย โดยมีเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หากทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันฆ่าผู้ตาย และร่วมกันลักรถจั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2608/2548

แม้ขณะที่ ก. กับ จ. เอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปจะไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์เนื่องจากได้รับความยินยอมจากผู้เสียหาย แต่ ก. กับ จ. มีหน้าที่ต้องนำรถจักรยานยนต์มาคืนผู้เสียหาย การที่ ก. กับ จ. ไม่นำมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5838/2548

รถยนต์ที่ผู้เสียหายมอบให้จำเลยซ่อมได้อยู่กับจำเลยนานถึง 1 ปีเศษ ถือได้ว่าผู้เสียหายมอบหมายให้จำเลยครอบครองทรัพย์นั้นไว้ จำเลยถอดอะไหล่และเครื่องเสียงในรถยนต์ให้บุคคลอื่นหรือนำไปขาย จึงเป็นการเบียดบังเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้