คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 357
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงลงโทษจำคุก 2 ปี
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยมีความผิดฐานรับของโจรหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยซื้อรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจากนายจรูญหรือดุ่ยและนายกิตติศักดิ์หรือต้นในราคา 800 บาท แล้วขับไปเกิดอุบัติเหตุล้มที่หมู่บ้านห้วยผาก ตำบลหนองปรือ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี แม้ขณะที่นายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยเอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปจะไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์เนื่องจากได้รับความยินยอมจากผู้เสียหาย แต่นายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยมีหน้าที่ต้องนำรถจักรยานยนต์มาคืนผู้เสียหาย การที่นายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยไม่นำไปคืนผู้เสียหาย กลับนำไปขายทั้งที่ไม่ใช่รถจักรยานยนต์ของตน
พฤติการณ์ถือได้ว่านายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยมีเจตนาเบียดบังเอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายโดยทุจริตอันเป็นความผิดฐานยักยอก เมื่อจำเลยรับซื้อรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไว้ในราคาต่ำเพียง 800 บาท จากราคาจริง 7,000 บาท โดยไม่ประสงค์ตรวจสอบเสียก่อนว่าคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์มีชื่อนายกิตติศักดิ์หรือต้นและนายจรูญหรือดุ่ยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือไม่ อันเป็นการผิดวิสัยของบุคคลโดยทั่วไป มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่ารถจักรยานยนต์ที่นายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยนำมาขายได้มาจากการกระทำความผิดอาญาฐานยักยอก ดังนั้น ไม่ว่าการที่นายกิตติศักดิ์หรือต้นกับนายจรูญหรือดุ่ยได้รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมาจะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอก
การกระทำของจำเลยก็ถือว่าครบองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจรตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคแรก แล้ว แม้ฟ้องโจทก์จะบรรยายเพียงว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ โดยมิได้บรรยายถึงความผิดฐานยักยอกด้วย และข้อเท็จจริงที่ได้ความจากทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ก็มิใช่ข้อสาระสำคัญทั้งจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ และไม่ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ ศาลจึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคแรก ตามข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการพิจารณาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสองและวรรคสาม
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.