Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8567/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏต่อศาลชั้นต้นว่าระหว่างเวลาที่ศาลชั้นต้นในคดีก่อนรอการลงโทษจำคุก จำเลยได้มากระทำความผิดคดีนี้อีก ศาลที่พิพากษาในคดีหลังต้องนำโทษจำคุกที่รอไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องและขอให้บวกโทษในคดีก่อนเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ ศาลก็ต้องนำโทษจำคุก ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ตาม ป.อ. มาตรา 58 วรรคแรก กรณีมิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย เพราะกฎหมายบัญญัติให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังด้วย และมิใช่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 58 ป.วิ.อ. มาตรา 192 ป.วิ.อ. มาตรา 212 พ.ร.บ.วิธีดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2522 มาตรา 13 ป.อ. มาตรา 334 ป.อ. มาตรา 357

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ หรือ มาตรา ๓๕๗ และให้จำเลยทั้งสองคืนดิสเบรกหน้าหรือใช้ราคา ๓,๗๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ ให้จำคุก ๔ ปี จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ วรรคแรก ให้จำคุก ๒ ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒ ปี จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑ ปี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนดิสเบรกหน้าหรือใช้ราคา ๓,๗๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๓ ปี จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๖ เดือน ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑ ปี ๖ เดือน

จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๓ เดือน บวกโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๗๓๙/๒๕๔๐ ของศาลจังหวัดพิษณุโลก เข้ากับโทษในคดีนี้ เป็นจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๙ เดือน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ ราคาดิสเบรกหน้าเป็นเงิน ๑,๗๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ บวกโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๗๓๙/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ ในคดีนี้ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๒ นั้น

เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘ วรรคแรก บัญญัติว่า "เมื่อความปรากฏแก่ศาลเอง หรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่า ภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา ๕๖ ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษและศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังกำหนดโทษที่รอการกำหนดไว้ในคดีก่อนบวกเข้ากับโทษในคดีหลัง หรือบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง แล้วแต่กรณี" เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงตามรายงานสืบเสาะและพินิจซึ่งศาลชั้นต้นได้อ่านให้จำเลยฟังตาม พระราชบัญญัติวิธีดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๓ แล้ว

จำเลยที่ ๒ ไม่คัดค้าน เป็นการยอมรับข้อเท็จจริงตามรายงานนั้นว่าศาลจังหวัดพิษณุโลกมีคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๗๓๙/๒๕๔๐ เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๔๐ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย มีกำหนด ๖ เดือน ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี กำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติจำเลย โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก ๓ เดือน ต่อครั้ง มีกำหนด ๑ ปี ให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรเป็นเวลา ๒๔ ชั่วโมง ให้แล้วเสร็จ ใน ๑ ปี ปรากฏว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล ศาลชั้นต้นจึงออกหมายจับ ข้อเท็จจริงจึงปรากฏต่อศาลชั้นต้นว่าระหว่างเวลาที่ศาลจังหวัดพิษณุโลกรอการลงโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๗๓๙/๒๕๔๐ จำเลยที่ ๑ ได้กระทำความผิดนี้อีก

ศาลที่พิพากษาในคดีหลังต้องนำโทษจำคุกที่รอไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องและขอให้บวกโทษในคดีดังกล่าวเข้ากับโทษของจำเลยที่ ๒ ในคดีนี้ก็ตาม ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ก็ต้องนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๗๓๙/๒๕๔๐ ของศาลจังหวัดพิษณุโลกมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ตามมาตรา ๕๘ วรรคแรก และกรณีนี้มิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย เพราะ กฎหมายบัญญัติให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังด้วย และกรณี มิใช่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ?

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน .

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเทพ ศิริพากย์ · มงคล ทับเที่ยง · กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุโขทัย - นายกฤช โคตรทอง
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายวิโรจน์ สุขวโรตม์วัตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6118/2540

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ฝ่ายเดียว ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แม้ว่าโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ แต่เมื่อในทางพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1513/2562

จำเลยขับรถจักรยานยนต์ติดตามผู้เสียหายมาถึงที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์ไปจอดที่ลานจอดรถในมหาวิทยาลัย น. ผู้เสียหายยังไม่ได้ลงจากรถ จำเลยเดินมาจากด้านหลังของผู้เสียหายแล้วถามผู้เสียหายว่ามีเงิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14645/2558

ข้อเท็จจริงปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาท้ายอุทธรณ์ของจำเลยว่า คดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษนั้น ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกและปรับ แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ จึงเป็นกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลจากอุทธรณ์ของจำเลยว่า ภายในเวล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2608/2548

แม้ขณะที่ ก. กับ จ. เอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปจะไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์เนื่องจากได้รับความยินยอมจากผู้เสียหาย แต่ ก. กับ จ. มีหน้าที่ต้องนำรถจักรยานยนต์มาคืนผู้เสียหาย การที่ ก. กับ จ. ไม่นำมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5838/2548

รถยนต์ที่ผู้เสียหายมอบให้จำเลยซ่อมได้อยู่กับจำเลยนานถึง 1 ปีเศษ ถือได้ว่าผู้เสียหายมอบหมายให้จำเลยครอบครองทรัพย์นั้นไว้ จำเลยถอดอะไหล่และเครื่องเสียงในรถยนต์ให้บุคคลอื่นหรือนำไปขาย จึงเป็นการเบียดบังเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้