Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1888/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ออกเช็คให้แก่จำเลยเพื่อชำระเป็นเงินรางวัลสลากกินรวบและต่อมาได้แจ้งระงับการจ่ายเงินเพราะทราบความจริงว่าจำเลยมิได้ถูกรางวัลแต่จำเลยได้มอบอำนาจให้ ป. ไปแจ้งความ แล้วจำเลยไปให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์นำเช็คมาแลกเงินสดไปจากจำเลย เป็นเหตุให้โจทก์ถูกจับถูกควบคุมตัวระหว่างการสอบสวน และถูกฟ้องต่อศาล ทั้งจำเลยได้เบิกความเท็จดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้ศาลในคดีนั้นเชื่อและลงโทษโจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และมีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานแจ้งความเท็จ และเบิกความเท็จ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า จำเลยมอบอำนาจให้นาย ป. ไปแจ้งความ และจำเลยเองก็ไปให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า โจทก์สั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ให้กับจำเลยแล้วธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงจำเลยรู้อยู่แล้วว่า เช็คไม่มีมูลหนี้อันชอบด้วยกฎหมาย เพราะโจทก์สั่งจ่ายเช็คให้จำเลยเพื่อชำระเป็นเงินรางวัลในการเล่นหวยใต้ดิน โดยจำเลยหลอกลวงโจทก์ว่าจำเลยถูกรางวัลทั้งที่ความจริงจำเลยมิได้ถูก เป็นเหตุให้โจทก์เสียหายต้องถูกจับกุมคุมขังและถูกฟ้องคดีอาญาในความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค และจำเลยได้ไปเบิกความเท็จต่อศาลว่า โจทก์นำเช็คมาแลกเงินสดไปจากจำเลย ซึ่งเป็นเท็จและเป็นข้อสำคัญในคดี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒, ๑๗๓, ๑๗๔ วรรคสอง, ๑๗๗ วรรคสอง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒, ๑๗๓, ๑๗๔ วรรคสอง เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา ๑๗๔ วรรคสอง บทหนัก ให้จำคุก ๒ ปี สำหรับความผิดตามมาตรา ๑๗๗ วรรคสอง ให้จำคุก ๓ ปี รวมเป็นจำคุก ๕ ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๓ ประกอบมาตรา ๑๗๔ ให้จำคุก ๑ ปี และผิดตามมาตรา ๑๗๗ ให้จำคุก ๒ ปี รวมเป็นจำคุก ๓ ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ...ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ออกเช็คพิพาทให้แก่จำเลยเพื่อชำระเป็นเงินรางวัลหวยใต้ดิน ต่อมาโจทก์ทราบความจริงว่าจำเลยมิได้ถูกรางวัล แต่ได้หลอกลวงโจทก์ว่าถูก โจทก์จึงแจ้งธนาคารให้ระงับการจ่ายเงิน และจำเลยได้มอบอำนาจให้นาย ป. ไปแจ้งความดำเนินคดีแก่โจทก์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค โดยว่าโจทก์นำเช็คมาแลกเงินสดไปจากจำเลย แล้วจำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวน กับเบิกความต่อศาลตามข้อความดังกล่าวนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ออกเช็คพิพาทเพื่อชำระเป็นเงินรางวัลหวยใต้ดินให้แก่จำเลย ข้อความที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนและเบิกความต่อศาลในคดีดังกล่าวจึงเป็นความเท็จ เป็นการแจ้งความโดยมีเจตนาแกล้งให้โจทก์ต้องรับโทษ และเป็นการเบิกความเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีอาญา

ทั้งเป็นข้อสำคัญในคดี ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาเป็นข้อกฎหมายว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า เนื่องจากการที่จำเลยมอบอำนาจให้นาย ป. แจ้งความอันเป็นเท็จและจำเลยให้การเท็จต่อพนักงานสอบสวนเป็นเหตุให้โจทก์ถูกจับและถูกควบคุมระหว่างการสอบสวนและถูกฟ้องต่อศาล ทั้งการที่จำเลยเบิกความเท็จก็อาจทำให้ศาลเชื่อและลงโทษโจทก์ โจทก์เป็นผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดของจำเลย โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๔)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
คำนึง อุไรรัตน์ · ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายยงยุทธ ธารีสาร
ศาลอุทธรณ์ - นายเธียร ยูงทอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3042/2537

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนคดีอาญาและจับกุมควบคุมตัวผู้ต้องหา ได้ปล่อยตัว ด. กับอ. ซึ่งเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดข้อหาลักทรัพย์ แล้วจำเลยที่ 1 แจ้งต่อพนักงานสอบส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13537/2553

จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจหน้าที่ทำการสืบสวนคดีอาญา เมื่อสืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานจนทราบรายละเอียดแห่งความผิดแล้วว่าโจทก์อยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัยหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าน้ำม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13536/2553

จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจหน้าที่ทำการสืบสวนคดีอาญา เมื่อสืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานจนทราบรายละเอียดแห่งความผิดแล้วว่าโจทก์อยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัยหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าน้ำม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2625/2536

ผู้เสียหายในความผิดฐานแจ้งความเท็จและฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 และ 177 ไม่ใช่จะมีแต่เฉพาะเจ้าพนักงานเท่านั้น ราษฎรที่ได้รับความเสียหายโดยตรงเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าวก็เป็นผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 53/2566

ผู้เสียหายในความผิดฐานเบิกความอันเป็นเท็จ ตาม ป.อ. มาตรา 177 หาใช่จะมีแต่เฉพาะเจ้าพนักงานเท่านั้นไม่ ราษฎรที่ได้รับความเสียหายโดยตรงเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าวก็เป็นผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้