คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองอุบลราชธานีได้ร้องขอฝากขังจำเลยในฐานะเป็นผู้ต้องหาฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายกัญชาโดยมิได้รับอนุญาตผู้ประกันได้ร้องขอปล่อยจำเลยชั่วคราว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยตีราคาประกัน 100,000 บาท หลังจากนั้นอีกเกือบ 3 เดือนโจทก์ได้ฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น แต่ผู้ประกันไม่สามารถนำตัวจำเลยมาส่งศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งปรับผู้ประกันตามสัญญาประกันต่อมาวันที่ 16 และ 17 มีนาคม 2532 ผู้ประกันยื่นคำร้องขอผ่อนชำระค่าปรับเดือนละ 500 และ 1,000 บาท ตามลำดับ เพราะผู้ประกันมีฐานะยากจนไม่สามารถนำเงินมาชำระค่าปรับได้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ประกันอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ประกันฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ผู้ประกันยื่นฎีกาหลังจากพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17)พ.ศ. 2532 ใช้บังคับแล้วสิทธิในการฎีกาของผู้ประกันต้องพิจารณาตามกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะยื่นฎีกา ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติดังกล่าว
บัญญัติว่า "ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาลศาลมีอำนาจสั่งบังคับตามสัญญาประกันหรือตามที่ศาลเห็นสมควรโดยมิต้องฟ้อง เมื่อศาลสั่งประการใดแล้วฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการมีอำนาจอุทธรณ์ได้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด" ฎีกาของผู้ประกันนี้เป็นฎีกาเกี่ยวกับการสั่งบังคับตามสัญญาประกัน ซึ่งคำสั่งบังคับตามสัญญาประกันดังกล่าวเป็นที่สุดแล้วตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ประกันไม่มีสิทธิฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกฎีกาของผู้ประกัน.