Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1907/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำขอท้ายฟ้องโจทก์ที่ว่า ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 มาตรา 362,364 นั้น แม้จะมีคำว่า "พ.ศ. 2499" เกินมา ก็ย่อมเห็นได้ว่าโจทก์ประสงค์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญานั่นเอง ศาลจึงมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญาได้ในคดีอาญา แม้กฎหมายจะกำหนดให้ศาลไปทำการตรวจพยานวัตถุ ที่ไม่สามารถนำมาศาลได้ไว้ก็ตาม แต่ถ้าศาลเห็นว่าไม่จำเป็น ก็อาจใช้ดุลพินิจสั่งงดเสียได้เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยเข้าไปในบ้านอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์เพื่อถือการครอบครองบ้านนั้น การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา362 กรณีไม่จำต้องปรับบทด้วยมาตรา 364 อีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยและบริวารได้บังอาจเข้าไปในบ้านเลขที่ 5ซึ่งเป็นบ้านของโจทก์ และได้เข้าครอบครองบ้านนี้ในขณะที่โจทก์ไม่อยู่ ต่อมาโจทก์ไปตรวจดูจึงพบ โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยและบริวารออกจากบ้าน แต่จำเลยไม่ยอมออก ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญาพ.ศ. 2499 มาตรา 362, 364

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 364 ความผิดตามมาตรา 362 ให้จำคุก 1 เดือน ปรับ 1,000 บาท ความผิดตามมาตรา 364 ให้จำคุก 1 เดือน ปรับ 1,000 บาทรวมสองกระทงเป็น จำคุกจำเลย 2 เดือน ปรับ 2,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364 ให้ลงโทษตามมาตรา 362 บทเดียว จำคุก 1 เดือน ปรับ 1,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะฎีกาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ที่จำเลยฎีกาว่า ตามที่ศาลชั้นต้นงดเผชิญสืบบ้านพิพาท จำเลยไม่เห็นพ้องด้วย เพราะตามกฎหมายกำหนดให้ศาลไปตรวจ และการเผชิญสืบบ้านพิพาทก็ไม่เป็นการฟุ่มเฟือยเกินสมควรศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเบิกความว่าบ้านพิพาทเป็นของนายโอภาสพี่ชายจำเลย จำเลยเข้าอยู่โดยอาศัยสิทธิของนายโอภาส ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า บ้านพิพาทเป็นของโจทก์ ไม่ใช่ของนางอินมารดาหรือนายโอภาสบุตร ฉะนั้น จึงไม่มีประโยชน์แก่คดีจำเลยอย่างไรที่จะต้องไปตรวจบ้านพิพาท เพราะแม้จะไปดูบ้านพิพาท ก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยชนะคดีได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดการไปตรวจบ้านพิพาทนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย และแม้กฎหมายจะกำหนดให้ศาลไปทำการตรวจพยานวัตถุที่ไม่สามารถนำมาศาลได้ไว้ก็ดี แต่ถ้าศาลเห็นว่าไม่จำเป็นก็อาจใช้ดุลพินิจสั่งงดเสียได้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น จำเลยฎีกาว่า ศาลจะนำประมวลกฎหมายอาญามาลงโทษจำเลยไม่ได้เพราะโจทก์ไม่ได้ขอมาท้ายฟ้อง

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้คดีนี้โจทก์ขอมาท้ายฟ้องว่าประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 ซึ่งมีคำว่า พ.ศ. 2499 เกินมาก็ตาม แต่ก็เห็นได้ว่าโจทก์ประสงค์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญานั่นเอง ศาลจึงมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญาได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น แต่คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่าจำเลยเข้าไปในบ้านอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์เพื่อถือการครอบครองบ้านนั้น และพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 364 นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 362 แล้ว กรณีก็ไม่จำต้องปรับบทด้วยมาตรา 364 อีกจึงชอบที่จะแก้เสียให้ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธวัช สิทธิชัย · สุธรรม วรรณแสง · สงวน สิทธิไชย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 859/2521

จำเลยมีปืนเข้าไปในห้องนอนผู้เสียหายเวลา 2 น.ขู่ไม่ให้ร้องจำเลยใช้กระบอกไฟฉายตีผู้เสียหายบาดเจ็บ ดังนี้ไม่เป็นการรบกวนการครอบครอง แต่เป็นการเข้าไปในเคหสถานโดยไม่มีเหตุอันควร เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4166/2550

การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิง ส. กระสุนปืนถูก ส. และยังพลาดไปถูก อ. ด้วยนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า ส. และฐานพยายามฆ่า อ. โดยพลาด แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1904/2546

ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้เสียหายไม่ได้กล่าวหาและเจ้าพนักงานตำรวจก็มิได้ตั้งข้อหาแก่จำเลยทั้งสองว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โดยพนักงานสอบสวนเพิ่งมาแจ้งข้อหานี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3668/2545

่จำเลยกับพวกขึ้นไปบนบ้านของผู้เสียหายที่ 1 แล้วจับแขนผู้เสียหายที่ 2 ลากลงจากบ้านพาไปข่มขืนกระทำชำเรายังบ้านที่เกิดเหตุนั้นเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงอยู่ในวาระเดียวกันไม่ขาดตอน และตามพฤติการณ์ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6431/2545

จำเลยใช้สายไฟที่ตัดจากสายพัดลมต่อปลั๊กไฟในบ้านจี้ไปที่บริเวณหัวไหล่และต้นแขนขวาของผู้เสียหาย แล้วจำเลยวิ่งไปสับคัตเอาท์ที่ด้านหลังบ้านโดยไม่หลบหนีไปทันทีแต่กลับมาพูดขู่ผู้เสียหาย ซึ่งหากจำเลยประสงค์จะ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้