Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1947/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ด่าโจทก์ว่าโจทก์ประพฤติตัวไม่ดี เคยมีชู้ ถือได้ว่าจำเลยหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงตามความหมายของ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531(2) โจทก์ถอนคืนการให้ได้และเมื่อจำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมยกที่พิพาทที่โจทก์ยกให้นั้นให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ต่อไปเพื่อจะไม่ให้โจทก์เรียกคืนโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบโจทก์ก็มีอำนาจฟ้องให้เพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 หาจำเป็นที่โจทก์จะต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในขณะที่จำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมนั้นไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ยกที่ดินให้จำเลยที่ 1 แล้วจำเลยที่ 1 หมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง อันเป็นการประพฤติเนรคุณต่อโจทก์และจำเลยที่ 1 ฉ้อฉลโจทก์ พิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมที่จำเลยที่ 1 ให้ที่พิพาทแก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 โดยเสน่หา ให้จำเลยที่ 1 คืนที่ดินแก่โจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ด่าว่าโจทก์ดังที่โจทก์นำสืบมา เฉพาะคำด่าที่ว่าโจทก์ประพฤติตัวไม่ดี เคยมีชู้ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 หมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ตามความหมายของมาตรา 531(2)แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์ถอนคืนการให้ได้ประเด็นข้อที่สอง ได้ความว่าจำเลยที่ 1 ด่าโจทก์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2521 ต่อมาวันที่ 17 มีนาคม 2521 จำเลยที่ 1 ก็ทำนิติกรรมยกที่พิพาทให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 โดยเสน่หา

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมยกที่พิพาทให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 หลังจากจำเลยที่ 1 ด่าโจทก์เพียง 1 เดือน ทั้งจำเลยที่ 1 ก็ทราบว่านายมานพ ธานินทร์ จะบอกโจทก์ให้ฟ้องเรียกเอาที่พิพาทคืน โดยทราบจากตัวนายมานพ ธานินทร์ เอง จากพฤติการณ์ดังกล่าวเชื่อได้ว่าจำเลยที่ 1 ยกที่พิพาทให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 เพื่อจะไม่ให้โจทก์เรียกคืน โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ โจทก์ขอให้เพิกถอนนิติกรรมให้ดังกล่าวนั้นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237ที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า ขณะจำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมให้ โจทก์ยังไม่ได้เป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษา โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่านับตั้งแต่จำเลยที่ 1 หมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์ก็อยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้ที่จะใช้สิทธิเรียกร้องขอเพิกถอนนิติกรรมให้ได้แล้ว หาจำต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาดังฎีกาไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพล สุวรรณภักดี · ชุบ วีระเวคิน · สมบูรณ์ บุญภินนท์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2304/2548

โจทก์เป็นบิดาจำเลยที่ 1 ยกที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 1 โดยเสน่หา โดยตนเองยังปลูกบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินดังกล่าว ต่อมาจำเลยที่ 1 ขับไล่โจทก์ให้รื้อถอนบ้านออกจากที่ดินพิพาท โดยพูดด่าว่าโจทก์ว่า "ไอ้เหี้ย ให้ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8485/2538

ข้ออ้างของโจทก์ที่อ้างว่าจำเลยที่1ประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ทั้งสองตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องนั้นมิได้บรรยายว่าจำเลยที่1ได้ประทุษร้ายต่อโจทก์ทั้งสอง เป็นความผิดอาญาอย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายอาญาหรือจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3627/2526

โจทก์ยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 โดยเสน่หา แล้วจำเลยที่ 1 โอนขายให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 โจทก์ฟ้องถอนคืนการให้เพราะเหตุจำเลยที่ 1 ประพฤติเนรคุณ และขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3107/2568

แม้โจทก์มิใช่เจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 ในขณะที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนยกที่ดินให้จำเลยที่ 3 แต่เมื่อโจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องมาแล้วย่อมมีฐานะเป็นเจ้าหนี้เช่นกัน จึงต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิเช่นเดียวกับเจ้าห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1665/2567

แม้โจทก์มีโจทก์อ้างตนเองเป็นพยานเพียงปากเดียวที่เบิกความว่า จำเลยด่าทอโจทก์และไล่โจทก์ออกจากบ้าน ไม่มีพยานโจทก์ปากอื่นเบิกความสนับสนุนก็ตาม ซึ่งจำเลยก็นำสืบปฏิเสธว่าไม่ได้ด่าทอโจทก์ตามที่โจทก์กล่าวอ้า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้