Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 19709)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ชี้ชวนให้ผู้มีชื่อมาซื้อหุ้นของธนาคาร ก. และบุคคลเหล่านี้ได้ซื้อหุ้นดังกล่าวตามที่โจทก์ชี้ชวน โดยโจทก์ได้รับค่าธรรมเนียมเป็นบำเหน็จการชี้ชวนเป็นเงินจำนวนหนึ่ง โจทก์จึงเป็นนายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845 และถือได้ว่าเป็นผู้ประกอบการค้า มีหน้าที่เสียภาษีการค้าและจดทะเบียนการค้าบทบัญญัติมาตรา 89 และ 89 ทวิ เป็นบทบังคับที่ไม่ต้องพิจารณาว่า ผู้ประกอบการค้ามีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีการค้าหรือไม่ โจทก์ไม่ชำระภาษีการค้าภายในกำหนดเวลา โจทก์ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89 และ 89 ทวิ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 77 ป.รัษฎากร มาตรา 80 ป.รัษฎากร มาตรา 89 ป.พ.พ. มาตรา 797 ป.พ.พ. มาตรา 845

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งยี่สิบสี่สำนวนฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 4 ได้ประเมินภาษีโจทก์แต่ละคนเสียภาษีการค้า เบี้ยปรับเงินเพิ่มและภาษีรายได้บำรุงเทศบาล โดยเจ้าพนักงานประเมินได้ให้เหตุผลแห่งการประเมินว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าประกอบการค้าประเภทการค้า 10 นายหน้าและตัวแทนแห่งบัญชีอัตราภาษีการค้า ของประมวลรัษฎากร มีหน้าที่จดทะเบียนการค้าตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร แต่โจทก์มิได้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนการค้า และประกอบการค้าโดยไม่มีทะเบียนการค้าจะต้องชำระภาษีการค้าพร้อมทั้งเบี้ยปรับ 2 เท่า ตามมาตรา 89 (1) และจะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนตามมาตรา 89 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร โจทก์ไม่เห็นด้วยกับการประเมินดังกล่าวจึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จังหวัดสุโขทัย

คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จังหวัดสุโขทัยวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวจึงอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรกลางขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว จำเลยทั้งสี่ทุกสำนวนให้การในทำนองเดียวกันว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะโจทก์ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกและคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินที่ได้ออกตามประมวลรัษฎากร มาตรา 32จึงทำให้โจทก์หมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 33 การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ในชั้นชี้สองสถานคู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหา 2 ข้อข้อแรกโจทก์หมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 33 หรือไม่ และข้อสองการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ โดยคู่ความไม่ติดใจสืบพยาน แต่คู่ความรับว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามคำฟ้องและคำให้การทุกประการ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกและคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินในตอนแรกแต่ในที่สุดโจทก์มอบอำนาจให้ผู้มีชื่อไปพบเจ้าพนักงานประเมินแทน ถือได้ว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามหมายเรียกและคำสั่งครั้งหลังสุดของเจ้าพนักงานประเมินแล้ว โจทก์จึงไม่หมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ กรณีไม่ต้องด้วยประมวลรัษฎากร มาตรา 33 โจทก์ได้ชี้ชวนให้บุคคลผู้มีชื่อมาซื้อหุ้นของธนาคารกสิกรไทย จำกัด และบุคคลผู้มีชื่อได้ซื้อหุ้นตามที่โจทก์ชี้ชวน โดยโจทก์ได้รับค่าธรรมเนียมจากการชี้ชวนนี้เป็นเงินจำนวนหนึ่ง การที่บุคคลผู้มีชื่อซื้อหุ้นของธนาคารกสิกรไทย จำกัด ก็เพราะโจทก์เป็นผู้ชี้ชวนให้ซื้อ โจทก์จึงเป็นนายหน้า

เมื่อการเป็นนายหน้านั้นเป็นการค้าตามที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 10 นายหน้าและตัวแทนท้ายหมวด 4 ของประมวลรัษฎากร และโจทก์มีรายรับจากการเป็นนายหน้าดังกล่าวแม้ว่าโจทก์จะกระทำเพียงครั้งเดียวก็ตาม ก็ถือว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้า โจทก์จึงมีหน้าที่เสียภาษีการค้าและจดทะเบียนการค้า ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 วรรคหนึ่ง และมาตรา 80 วรรคหนึ่ง เมื่อโจทก์ไม่เสียภาษีการค้าและจดทะเบียนการค้าดังกล่าว เจ้าพนักงานประเมินย่อมมีอำนาจประเมินภาษีการค้าพร้อมเบี้ยปรับอีกสองเท่าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89 (1) และเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ตามมาตรา 89 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้แม้โจทก์จะไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีก็ตาม การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งยี่สิบสี่สำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์ทั้งยี่สิบสี่คนไม่มีวันที่เริ่มประกอบการค้าที่จะเป็นฐานนับเวลากำหนดไปยื่นขอจดทะเบียนประกอบการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 80 วรรคหนึ่งแต่อย่างใด และโจทก์ไม่มีสถานประกอบการค้า โจทก์ทั้งยี่สิบสี่คนจึงไม่มีหน้าที่ต้องไปจดทะเบียนการค้านั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าที่โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่มีวันที่เริ่มประกอบการค้านั้น โจทก์มิได้กล่าวอ้างเหตุนี้มาในคำฟ้องของโจทก์เลย จึงไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ไม่มีสถานประกอบการค้านั้น ประมวลรัษฎากร มาตรา 77 บัญญัติว่า 'สถานการค้า' หมายความว่าสถานที่ซึ่งผู้ประกอบการค้าใช้ประกอบการค้าเป็นประจำและให้หมายความรวมถึงสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ทำการผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำด้วย ในกรณีผู้ประกอบการค้าไม่มีสถานการค้าตามวรรคก่อนให้ถือว่าที่อยู่อาศัยของผู้ประกอบการค้านั้นเป็นสถานการค้าถ้าผู้ประกอบการค้ามีที่อยู่อาศัยหลายแห่งให้ผู้ประกอบการค้าเลือกเอาที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่งเป็นสถานการค้า เมื่อเป็นดังนี้ข้ออ้างของโจทก์ดังกล่าวจึงฟังไม่ขึ้นเพราะอย่างน้อยโจทก์ทุกคนต้องมีที่อยู่อาศัย โจทก์ทุกคนจะอ้างว่าตนไม่มีสถานการค้าหาได้ไม่

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ทั้งยี่สิบสี่คนมิได้ประกอบการเป็นธุรกิจการค้าแต่อย่างใด แต่การกระทำของโจทก์ทั้งยี่สิบสี่คนเป็นการกระทำเพียงครั้งเดียว และการกระทำของโจทก์เป็นลักษณะชี้ชวนให้คนมาลงทุนถือหุ้นในธนาคารเท่านั้น จึงไม่เข้าข่ายเป็นตัวแทนนายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 797 และ 845 ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า โจทก์จะประกอบการค้าเพียงครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ชื่อว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าเช่นเดียวกัน โจทก์ได้ชี้ชวนให้ผู้มีชื่อมาซื้อหุ้นของธนาคารกสิกรไทย จำกัด และบุคคลเหล่านี้ก็ได้ซื้อหุ้นดังกล่าวตามที่โจทก์ชี้ชวน โดยโจทก์ได้รับค่าธรรมเนียมจากการชี้ชวนนี้เป็นเงินจำนวนหนึ่ง ค่าธรรมเนียมดังกล่าวก็คือ

บำเหน็จอย่างหนึ่งนั่นเอง โจทก์ทั้งยี่สิบสี่คนจึงเป็นนายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845 อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่โจทก์อุทธรณ์อีกข้อหนึ่งว่า โจทก์ได้ชำระภาษีเงินได้ถูกต้องตามกฎหมายแล้วไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี โจทก์จึงไม่สมควรต้องเสียเงินเพิ่มและเบี้ยปรับนั้น เห็นว่าแม้โจทก์จะไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีการค้า เมื่อโจทก์ไม่ชำระภาษีการค้าภายในกำหนดเวลาโจทก์ก็มีหน้าที่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89 และ 89 ทวิ เพราะบทบัญญัติมาตรา 89 และ 89 ทวิ นี้ เป็นบทบังคับที่ไม่ต้องพิจารณาว่าผู้ประกอบการค้ามีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีการค้าหรือไม่ อุทธรณ์โจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1723/2531

โจทก์ชี้ชวนให้ผู้มีชื่อมาซื้อหุ้นของธนาคาร ก. และบุคคลเหล่านี้ได้ซื้อหุ้นดังกล่าวตามที่โจทก์ชี้ชวน โดยโจทก์ได้รับค่าธรรมเนียมเป็นบำเหน็จการชี้ชวนเป็นเงินจำนวนหนึ่ง โจทก์จึงเป็นนายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2520

ห้างโจทก์มีวัตถุประสงค์จำหนายข้าวสาร และเป็นนายหน้าและตัวแทนต่างในกิจการทุกประเภท ในการติดต่อขายข้าวให้กับผู้ซื้อในต่างประเทศ ทางห้างโจทก์เสนอราคาขายข้าวโดยบวกค่าระวางบรรทุก ค่าประกันภัยและค่านายหน้าร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 831/2519

เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินมาแล้วได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นโดยการปลูกตึกแถวสองชั้นรวม 10 คูหา ลงในที่ดินโฉนดหนึ่ง ส่วนอีก 3 โฉนดเดิมเป็นแหล่งเสื่อมโทรม โจทก์ได้ลงทุนปรับปรุงด้วยการถมดิน ทำถนนคอนกรีต สร้างสะพานข้าม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 991/2545

จำเลยทำสัญญาตั้งให้โจทก์เป็นตัวแทนนายหน้าในการซื้อขายหลักทรัพย์ ดังนั้นความผูกพันระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเป็นความผูกพันในฐานะตัวการกับตัวแทน ซึ่งไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุควา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8855/2543

เบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89/2 ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีอากรประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 14 และมาตรา 77 และมาตรา 88/5 ได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะสำหรับ การประเมินภ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้