Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 831/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินมาแล้วได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นโดยการปลูกตึกแถวสองชั้นรวม 10 คูหา ลงในที่ดินโฉนดหนึ่ง ส่วนอีก 3 โฉนดเดิมเป็นแหล่งเสื่อมโทรม โจทก์ได้ลงทุนปรับปรุงด้วยการถมดิน ทำถนนคอนกรีต สร้างสะพานข้ามคลองพร้อมทั้งเขื่อนสร้างอาคารพาณิชย์ 82 คูหา ตลาดสด 2 ตลาด และแผงคอนกรีต 300 แผง ซึ่งในการนี้โจทก์ได้ลงทุนไปนับสิบล้านบาท โดยการนำที่ดินไปจำนองและกู้เงินจากผู้อื่นมาเกือบห้าล้านบาท สร้างแล้วไม่นานก็ขายไป พฤติการณ์แสดงว่าเป็นการประกอบธุรกิจการค้าหากำไร โจทก์จึงเป็นผู้ประกอบการค้าประเภทการค้าอสังหาริมทรัพย์ แม้ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าต้องขาดทุนจากการขายเพราะมีอุปสรรคในการดำเนินการ สมมุติว่าเป็นความจริงก็เกิดจากการดำเนินงานผิดพลาดของโจทก์เอง และไม่มีข้อยกเว้นในประมวลรัษฎากรว่า กรณีเช่นนี้ไม่ต้องเสียภาษีการค้า โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้าทั้งหมด และในแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้าท้ายฟ้องก็ระบุด้วยว่า เบี้ยปรับเรียกเก็บตามมาตรา 89 (21) อันเป็นกรณีที่โจทก์มิได้ยื่นคำขอจดทะเบียนการค้าตามมาตรา 80 เมื่อศาลเห็นว่าควรเรียกเบี้ยปรับตามมาตรา 89 (2) ซึ่งเป็นกรณีที่โจทก์มิได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าภายในกำหนด ศาลย่อมพิพากษาแก้ไขโดยให้จำเลยกำหนดเบี้ยปรับใหม่ตามมาตรา 89 (2) ได้ หานอกฟ้องนอกประเด็นไม่ เพราะเท่ากับเป็นการเพิกถอนการประเมินบางส่วน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 77 ป.รัษฎากร มาตรา 80 ป.รัษฎากร มาตรา 89 ป.วิ.พ. มาตรา 142

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ ได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ โดยถือว่าโจทก์ขายอสังหาริมทรัพย์ในทางการค้าหากำไร ความจริงโจทก์ซื้ออสังหาริมทรัพย์มาเพื่อก่อสร้างอาคารเก็บกินค่าเช่า แต่โจทก์ต้องขายไปด้วยความจำเป็นในราคาต่ำกว่าทุนมากมาย ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการประเมินภาษีการค้าของจำเลยที่ ๒ และยกคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๓, ๔, ๕

จำเลยทั้งห้าให้การว่าคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ถูกต้องแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ แต่ให้จำเลยกำหนดเบี้ยปรับใหม่ตามมาตรา ๘๙ (๒) แห่งประมวลรัษฎากร

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าการที่โจทก์ขายทรัพย์สินไปนั้นเป็นไปในทางการค้าหากำไร แต่ที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยกำหนดเบี้ยปรับใหม่ตามมาตรา ๘๙ (๒) เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น พิพากษาแก้เป็นว่าโจทก์ไม่ต้องเสียเบี้ยปรับตามาตรา ๘๙ ทั้งในข้อ (๑) และ (๒) แห่งประมวลรัษฎากร ให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยที่ ๒ และการวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๓, ๔, ๕ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับเบี้ยปรับตามมารตรา ๘๙ (๑) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งห้าฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามฎีกาโจทก์ว่าการขายอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ดังกล่าวข้างต้น เป็นทางค้าหรือหากำไรหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อโจทก์ซื้อที่ดินมาแล้ว ก็ได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นโดยการปลูกตึกแถวสองชั้นรวม ๑๐ คูหา ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๑๗ ส่วนที่ดินโฉนดที่ ๒๔๓, ๑๖๒๐ และ ๓๗๘๘ นั้น ก็ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์ว่าเป็นแหล่งเสื่อมโทรม โจทก์ได้ลงทุนปรับปรุงด้วยการถมที่ดิน ทำถนนคอนกรีตสร้างสะพานข้ามคลองบางลำภูพร้อมทั้งเขื่อน สร้างอาคารพาณิชย์ ๘๒ คูหา ตลาดสด ๒ ตลาด และแผงลอยอีก ๓๐๐ แผง ซึ่งในการนี้โจทก์ได้ลงทุนไปนับสิบล้านบาท โดยการนำที่ดินไปจำนองและกู้เงินจากผู้อื่นมาเกือบห้าล้านบาท สร้างแล้วไม่นานก็ขายไป พฤติการณ์แสดงว่าเป็นการประกอบธุรกิจการค้าหากำไร แม้ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าต้องขาดทุนจากการขายเพราะมีอุปสรรคต่าง

ๆ ในการดำเนินการ เช่น ต้องเป็นความกับวัด และเทศบาลนครกรุงเทพ สมมุติว่าเป็นความจริง ก็เกิดจากการดำเนินงานผิดพลาดของโจทก์เอง และไม่มีข้อยกเว้นในประมวลรัษฎากรว่า กรณีเช่นนี้ไม่ต้องเสียภาษีการค้า ส่วนปัญหาเรื่องเบี้ยปรับที่จำเลยทั้งห้าฎีกาว่า โจทก์มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในเรื่องนี้ว่าชอบหรือมิชอบประการใด คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ให้งดเบี้ยปรับ จึงนอกฟ้องนอกประเด็นและขอให้โจทก์เสียเบี้ยปรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่าโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้าทั้งหมด และในแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้าก็ระบุไว้ด้วยว่า เบี้ยปรับเรียกเก็บตามมาตรา ๘๙ (๑) อันเป็นกรณีที่โจทก์มิได้ยื่นคำขอจดทะเบียนการค้าตามมาตรา ๘๐ เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าควรเรียกเบี้ยปรับตามมาตรา ๘๙ (๒) ซึ่งเป็นกรณีที่โจทก์มิได้ยื่นแบบแสดงรายการค้าภายในกำหนด เท่ากับเป็นการเพิกถอนการประเมินบางส่วน ศาลชั้นต้นย่อมชอบที่จะพิพากษาแก้ไขได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข · สุจริต เสถียรกาล
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวิจิตร หิรัญรัศ
ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2532

ประมวลรัษฎากร มาตรา 56 วรรคสองบัญญัติไว้เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบในการยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลห้างหุ้นส่วนสามัญ จ. มีหุ้นส่วน 2 ค…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 19709)

โจทก์ชี้ชวนให้ผู้มีชื่อมาซื้อหุ้นของธนาคาร ก. และบุคคลเหล่านี้ได้ซื้อหุ้นดังกล่าวตามที่โจทก์ชี้ชวน โดยโจทก์ได้รับค่าธรรมเนียมเป็นบำเหน็จการชี้ชวนเป็นเงินจำนวนหนึ่ง โจทก์จึงเป็นนายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8855/2543

เบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89/2 ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีอากรประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 14 และมาตรา 77 และมาตรา 88/5 ได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะสำหรับ การประเมินภ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5003/2541

ข้อกล่าวอ้างของโจทก์ที่ไม่ต้องเสียเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89(10) นั้น หาได้ระบุไว้ในคำอุทธรณ์ที่ยื่นต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ ถือได้ว่าโจทก์ไม่ติดใจที่จะอุทธรณ์คัดค้านในประเด็นนี้แล้วโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 350/2540

การครอบครองที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิใดๆที่มิใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทที่เป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะนั้นผู้ครอบครองย่อมมีสิทธิครอบครองและยกขึ้นใช้ยันบุ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้