Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1988/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยขับรถยนต์โดยสารตามหลังรถยนต์บรรทุกมาตามถนน ก่อนจะถึงสะพานจำเลยได้ขับรถยนต์โดยสารแซงรถยนต์บรรทุกแล้วขับรถเข้าทางด้านซ้ายมือ จำเลยขับรถยนต์โดยสารนำหน้ารถยนต์บรรทุกไปได้อีกเพียงเล็กน้อย จำเลยก็ห้ามล้อรถยนต์โดยสารอย่างกะทันหันเนื่องจากบนสะพานมีรถเข็นคันหนึ่งกำลังแล่นไปในทิศทางเดียวกันและมีรถอีกคันหนึ่งแล่นสวนมาเป็นเหตุให้รถยนต์บรรทุกซึ่งแล่นตามหลังหยุดไม่ทัน พุ่งเข้าชนท้ายรถยนต์โดยสารที่จำเลยขับทันทีโดย จุดชนอยู่ห่างเชิงสะพานประมาณ 5 เมตร ดังนี้แสดงว่าจำเลยเป็นฝ่ายขับรถโดยประมาท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์โดยสารประจำทางโดยประมาทโดยแซงรถยนต์บรรทุกบนสะพานซึ่งเป็นที่คับขัน แล้วหักหลบเข้าช่องทางด้านซ้ายเพื่อหลบรถอีกคันหนึ่งซึ่งแล่นสวนมา กับพอดีบนสะพานมีคนกำลังเข็นรถเข็นอยู่บนสะพานข้างหน้า จำเลยจึงห้ามล้ออย่างกะทันหันเป็นเหตุให้รถยนต์โดยสารที่จำเลยขับถูกรถยนต์บรรทุกชนท้าย ทำให้รถยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๔๖, ๑๕๗

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๓๒ มาตรา ๔๓, ๑๕๗ ลงโทษปรับ ๘๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙, ๓๐

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยได้ขับรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน๑๐-๐๒๙๔ สตูล แซงรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ๘๐-๓๒๒๒นครศรีธรรมราช ซึ่งมีนายคนอง อุตมะมุณีย์ เป็นคนขับ รถยนต์โดยสารเล่นเข้าทางด้านซ้ายมือตามปกติแล้ว จำเลยได้ห้ามล้อรถยนต์บรรทุกจึงแล่นขนท้ายรถยนต์โดยสารโดยจุดชนอยู่ห่างเชิงสะพานประมาณ ๕ เมตร ตามแผนที่สังเขปเอกสารหมาย จ.๑ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยได้ขับรถยนต์โดยสารโดยประมาทหรือไม่ โจทก์มีนายคนอง อุตมะมุณีย์ และนางชบา อุตมะมุณีย์ซึ่งโดยสารมากับรถยนต์บรรทุกมาเบิกความว่าเมื่อจำเลยขับรถยนต์โดยสารแซงรถยนต์บรรทุกขึ้นหน้าไปนั้น ขณะนั้นยังเหลือทางอีกประมาณ ๓๐ เมตร

ก็จะถึงคอสะพาน จำเลยขอทางเข้าทางด้านซ้ายมือ นายคนองก็ให้ทาง เมื่อจำเลยขับรถเข้าทางด้านซ้ายมือแล้ว ปรากฏว่าบนสะพานมีรถเข็นอยู่คันหนึ่งแล่นไปในทิศทางเดียวกันและมีรถยนต์อีกคนหนึ่งกำลังแล่นสวนทางมา จำเลยได้ห้ามล้อรถยนต์โดยสารอย่างกะทันหันนายคนองหยุดรถยนต์บรรทุกไม่ทันเป็นเหตุให้รถยนต์บรรทุกชนท้ายรถยนต์โดยสารคันที่จำเลยขับทำให้รถยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหาย พิเคราะห์คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองปากดังกล่าวแล้วเห็นว่า พยานทั้งสองเบิกความสอดคล้องต้องกันและมีเหตุผล น่าเชื่อว่า พยานทั้งสองเบิกความตามความจริง พฤติการณ์ที่จำเลยขับรถยนต์โดยสารแซงรถยนต์บรรทุกซึ่งแล่นเกือบจะถึงเชิงสะพาน เมื่อแซงพ้นแล้ว และขณะที่รถยนต์โดยสารเพิ่งแล่นเข้าทางด้านซ้ายมือตามปกติยังแล่นนำหน้ารถยนต์บรรทุกเพียงเล็กน้อย

จำเลยก็ห้ามล้อรถยนต์โดยสารอย่างกะทันหัน เป็นเหตุให้รถยนต์บรรทุกที่นายคนองขับซึ่งแล่นตามหลังหยุดรถไม่ทัน พุ่งเข้าชนท้ายรถยนต์โดยสารที่จำเลยขับทันทีแสดงว่าจำเลยเป็นฝ่ายขับรถประมาทดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยพยานหลักฐานของจำเลยไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นิ

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
ศาลล่าง
ศาลแขวงสงขลา - นายสุรพล เอี่ยมอธิคม
ศาลอุทธรณ์ - นายสุรินทร์ นาควิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6746/2537

คำพิพากษาศาลชั้นต้นจะถึงที่สุดก็ต่อเมื่อไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ คดีนี้แม้โจทก์จะเป็นผู้อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยให้หนักขึ้นและไม่รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยก็ตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นสำหรับจำเลยก็ยังไม่ถึงที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2272/2533

จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารแล่นตามกันไปในขบวนซึ่งมีรถวิทยุตำรวจทางหลวงเปิดไฟสัญญาวับวาบแล่นนำหน้า เชื่อได้ว่ารถที่จำเลยที่ 1 ขับนั้นแล่นด้วยความเร็วตามอัตราที่กฎหมายกำหนดและอยู่ในช่องทางเดินรถที่ถูกต้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2212/2532

จำเลยที่ 2 ขับรถมาตามถนนพหลโยธินจากสามแยกเกษตรมุ่งหน้าไปทางลาดพร้าว เมื่อถึงสี่แยกพหลโยธินตัดกับถนนรัชดาภิเษก สัญญาณไฟจราจรเป็นสีแดง จำเลยที่ 2 ได้ขับรถเคลื่อนอย่างช้า ๆ ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรสีแดงเข้าไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 778/2532

แม้พนักงานอัยการจะได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และ ส.ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ ๑๕๗ และศาลพิพากษาลงโทษ ส. แต่ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ก็ตาม เมื่อโจทก์ไม่ใช่ผู้ที่ได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 197/2530

เจ้าของรถยนต์คันที่ผู้ตายขับขี่และเกิดเหตุชนกับรถยนต์บรรทุกอีกคันหนึ่งซึ่งขับด้วยความประมาทไม่ใช่ผู้เสียหาย หรือผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้