Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20050/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนจำเลยที่ 1 ต้องคำพิพากษาให้จำคุก 2 ปี 11 เดือน และปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 4 ปี และภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษ จำเลยที่ 1 กลับมากระทำความผิดคดีนี้ แม้คดีก่อนจะอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ก็ไม่ใช่เหตุที่ศาลชั้นต้นจะนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกกับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ไม่ได้ แต่ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาในคดีก่อนให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี 11 เดือน และคดีถึงที่สุดแล้ว ดังนี้ ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ในคดีนี้ จึงไม่มีโทษจำคุกที่ศาลรอการลงโทษในคดีก่อนที่จะนำมาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้อีก อย่างไรก็ตามเมื่อปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาในคดีนี้ และโจทก์แก้ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีก่อน ดังนั้น จึงชอบที่จะนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีก่อน ซึ่งเป็นอำนาจของศาลฎีกาที่จะสั่งให้นับโทษต่อได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 32 ป.อ. มาตรา 33 ป.อ. มาตรา 58 ป.อ. มาตรา 83 ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 91 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/1 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 102

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 58, 83, 91 ริบของกลางและบวกโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2549 และ 459/2549 ของศาลจังหวัดชลบุรี เข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 10,000 บาท และจำเลยที่ 1 ยังมีความผิดตามมาตรา 15 วรรคสาม (3) (ที่ถูก (2)), 66 วรรคสาม ประกอบมาตรา 100/2 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 45 ปี และปรับ 1,000,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 46 ปี และปรับ 1,010,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้จำเลยทั้งสองกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 23 ปี และปรับ 505,000 บาท จำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท บวกโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่รอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2549 (ที่ถูก 3048/2550) และ 459/2549 ของศาลจังหวัดชลบุรี

อีก 2 ปี 11 เดือน และ 1 ปี ตามลำดับ รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 26 ปี 11 เดือน และปรับ 505,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง ส่วนข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายของจำเลยที่ 2 ให้ยกเสีย โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางทั้งสามเครื่องแก่เจ้าของ หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกิน 1 ปี (ที่ถูก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น) จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยศาลฎีกาอนุญาตให้ฎีกาเฉพาะประเด็นที่โจทก์ขอบวกโทษจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2549 (ที่ถูก 3048/2550) ของศาลจังหวัดชลบุรี เข้ากับคดีนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า ที่ศาลล่างทั้งสองนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2549 (ที่ถูก 3048/2550) ของศาลจังหวัดชลบุรี มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ชอบหรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 ฎีกาว่า คดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุดจึงไม่อาจนำโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ได้ และต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2553 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี 11 เดือน และคดีถึงที่สุดแล้วนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก 2 ปี 11 เดือน และปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 4 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2550 ของศาลจังหวัดชลบุรี และภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษ

จำเลยที่ 1 กลับมากระทำความผิดคดีนี้อีก ซึ่งจำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาดังกล่าว ดังนี้ จำเลยที่ 1 ยังต้องถูกบังคับตามคำพิพากษาในคดีอาญาดังกล่าว แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุดและอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ดังที่จำเลยที่ 1 ฎีกา ก็ไม่ใช่เหตุที่ศาลชั้นต้นจะนำโทษจำคุกในคดีอาญาดังกล่าวมาบวกกับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ไม่ได้ แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาในคดีอาญาดังกล่าวให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี 11 เดือน และคดีถึงที่สุดแล้ว โดยโจทก์ไม่ได้แก้ฎีกาให้เห็นเป็นอย่างอื่น ดังนี้ ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จึงไม่มีโทษจำคุกที่ศาลรอการลงโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2550 ของศาลจังหวัดชลบุรี ที่จะนำมาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้อีก

การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาดังกล่าวมีกำหนด 2 ปี 11 เดือน มาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ จึงเป็นการไม่ชอบ อย่างไรก็ตามเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2550 ของศาลจังหวัดชลบุรีก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาในคดีนี้ และโจทก์แก้ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาดังกล่าว ดังนั้น จึงชอบที่จะนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาดังกล่าว ซึ่งเป็นอำนาจของศาลฎีกาที่จะสั่งให้นับโทษต่อได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่นำโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2550 ของศาลจังหวัดชลบุรี บวกเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ แต่ให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2550 ของศาลจังหวัดชลบุรี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสฬส สุวรรณเนตร์ · เกษม เกษมปัญญา · อดิเทพ ถิระวัฒน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายนครินทร์ พรสี่ภาค
ศาลอุทธรณ์ - นายเดชา อัชรีวงศ์ไพศาล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.3835/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ3518/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ3724/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13926/2556

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 40 1/2 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าว คดีของจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนยุติตามคำพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10521/2554

แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายว่าเมทแอมเฟตามีน 30 เม็ด ที่จำหน่ายให้แก่สายลับมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เท่าใด แต่โจทก์บรรยายฟ้องมาแล้วว่า เมทแอมเฟตามีนของกลาง 160 เม็ด ที่จำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 586/2549

แม้จำเลยมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตลอดมาและจำเลยเป็นผู้สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนจาก ย. แต่การที่จำเลยกำหนดให้ ย. นำเมทแอมเฟตามีนไปส่งมอบวันใดก็ได้ภายในหนึ่งสัปดาห์โดยให้นำไปซุกซ่อนไว้ที่ริมถนนแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4105/2541

บทบัญญัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) มุ่งหมายถึงการกระทำที่ก่อให้เกิดความผิดอันหนึ่ง ๆ ในคราวเดียวกัน หาได้หมายถึงฐานความผิดที่ขอให้ลงโทษไม่ เฮโรอีนจำนวนที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ในคดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7107/2561

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน 193 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว 191 เม็ด แต่ทางพิจารณากลับได้ความว่าจำเลยโทรศัพท์แจ้งให้ ว. ไปรับเมทแอมเฟตา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้