คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ต่อมาผู้ประกันผิดสัญญาประกันไม่ส่งตัวจำเลยต่อศาลตามนัด
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ปรับผู้ประกันจำเลยตามสัญญาประกัน เป็นจำนวนเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ผู้ประกันอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ประกันฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ผู้ประกันยื่นฎีกาเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๒ อันเป็นเวลาหลังจากที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ มีผลใช้บังคับแล้ว สิทธิในการฎีกาของผู้ประกันจึงต้องพิจารณาตามบทกฎหมายที่ใช้ขณะยื่นฎีกา ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๙ ที่แก้ไขแล้ว และใช้บังคับในขณะที่ผู้ประกันยื่นฎีกา บัญญัติไว้ว่า "ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล ศาลมีอำนาจสั่งบังคับตามสัญญาประกันหรือตามที่ศาลเห็นสมควรโดยมิต้องฟ้องเมื่อศาลสั่งประการใดแล้ว ฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการมีอำนาจอุทธรณ์ได้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด" ดังนั้น กรณีของผู้ประกันจึงเป็นที่สุดไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ศาลฎีการับวินิจฉัยไม่ได้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกฎีกาผู้ประกัน