Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2479

พ.ศ. 2479 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยได้รับเงินจากรัฐบาลสำหรับเป็นค่าเช่าบ้าน แล้วเอาเงินนี้ไปสมทบเข้ากับเงินส่วนตัวของจำเลยส่งให้แก่ผู้ให้เช่าสำหรับเป็นค่าเช่าบ้านตามสัญญาเช่าซื้อแม้กรรมสิทธิในบ้านอาจจะตกอยู่แก่จำเลยในภายหลังได้ จำเลยก็หามีผิดฐานยักยอกอันต้องอาญาไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 118-304-31 ป.พ.พ. มาตรา 572 พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2476 มาตรา 7 พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ.1248 มาตรา 38 ป.อ. มาตรา 301

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่าจำเลยรับราชการเป็นเสมียนแผนกสรรพสามิตต์ ได้เช่าบ้านของ จ.อยู่ค่าเช่าเดือนละ ๗ บาท ๕๐ สตางค์ ตามที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลในอัตราเงินเดือนที่ได้รับเดือนละ ๕๐ บาทต่อมาจำเลยได้เช่าซื้อบ้านจาก จ.เป็นราคา ๔๐๐ บาท โดยผ่อนส่งค่าเช่าเดือนละ ๒๕ บาท ในการส่งค่าเช่านี้จำเลยได้ออกเงินส่วนตัวเพิ่มเดือนละ ๑๗ บาท ๕๐ สตางค์ เพราะได้จากรัฐบาลอยู่แล้วเดือนละ ๗ บาท ๕๐ สตางค์ ต่อมาได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น จึงได้รับอนุญาตให้เบิกเงินค่าเช่าได้เดือนละ ๙ บาท จำเลยจึงออกเงินส่วนตัวเพียงเดือนละ ๑๖ บาท ในที่สุดได้โอนสิทธิในสัญญาเช่าซื้อให้แก่ผู้อื่นต่อไป ในการรายงานขออนุญาตเพิ่มค่าเช่านี้ก็เพราะเจ้าของบ้านขยายบ้านให้กว้างออกไปอีก แลโดยคำร้องขอของเจ้าบ้านด้วย โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๑๘-๒๒๖-๓๐๔-๓๑๙ ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีผิดฐานยักยอกแลจำเลยไม่ได้เอาความเท็จไปแจ้งแก่เจ้าพนักงาน หรือเอาความเท็จไปหลอกลวงใครอันจะเป็นฉ้อโกง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าในข้อแจ้งความเท็จหรือฉ้อโกงนั้น ศาลล่างได้วินิจฉัยแล้วว่าไม่เป็นเท็จไม่เป็นหลอกลวงอันเป็นข้อเท็จจริง ส่วนข้อยักยอกนั้น เพียงแต่จำเลยได้รับอนุญาตเบิกค่าเช่ามาแล้วเอาเงินส่วนตัวสมทบเข้าส่งเป็นค่าเช่าตามสัญญาเช่าซื้อนั้นจะเรียกว่าจำเลยยักยอกเอาเป็นประโยชน์ส่วนตัวได้หรือไม่นั้น เห็นว่าเงินที่รัฐบาลจ่ายให้จำเลยก็ได้จ่ายเป็นค่าเช่าบ้านอันเป็นกรรมสิทธิของผู้อื่น จำเลยมิได้ยักยอกเอาไว้เลย เมื่อสัญญาเช่าซื้อต้องเลิกไปเมื่อใด เงินค่าเช่านั้นเจ้าของบ้านก็ตกลงไม่คืนให้ ดังนี้หาเป็นการยักยอกอันต้องอาญาไม่ แม้จำเลยจะเอาเปรียบโดยวิธีเพิ่มค่าเช่าอันเป็นเงินส่วนตัวของจำเลยโดยเมื่อครบกำหนดแล้วให้บ้านเรือนเป็นกรรมสิทธิแก่จำเลย ก็หาทำให้เป็นการยักยอกเงินค่าเช่าที่รัฐบาลจ่ายให้นั้นไม่

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามล่าง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิติศาสตร์ · อมาตย · เทฟโนต์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - พระมนูกิจวิมลอรรถ
ศาลอุทธรณ์ - พระพรหมปรีชา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 538/2492

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีหมักส่าเชื้อสุราผิดกฎหมายไว้ในความครอบครองไว้เพื่อต้มกลั่นสุราโดยมิได้รับอนุญาต จำเลยให้การรับสารภาพดังนี้ จำเลยย่อมมีความผิดตามพ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ.1248 มาตรา 38 ตามที่แก้ไขเพิ่มเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1234/2492

จำเลยต้มกลั่นน้ำสุราของกลาง มีแอลกอฮอล์สามารถดื่มกินได้อย่างน้ำสุราทุกอย่าง ดังนี้จำเลยย่อมมีผิดฐานต้มกลั่นน้ำสุราโดยมิได้รับอนุญาต (อ้างฎีกาที่ 73/2485)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2486

มีแป้งเชื้อสุราแม้มีไว้เพื่อทำอุธรน์เปนผิดตาม ม. 6 พ.ร.บ.พาสีชั้นไนแก้ไขเพิ่มเติม พ.ส. 2467 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดย ม. 16 พ.ร.บ.พาสีชั้นไนแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ส.2486 ไม่เปนผิด+มีเครื่องต้มกลั่น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 255/2483

ฉะเพาะลูกแป้งเท่านั้นไม่ถือว่าเป็นเครื่องต้มกลั่นสุรา เว้นแต่จะมีไว้เพื่อต้มกลั่นสุราจึงจะเป็นผิด จำเลยมีลูกแป้งซึ่งเมื่อผสมกับข้าวหมักไว้จะกลายเป็นเชื้อสุรา แต่ลูกแป้งนี้โดยลำพังใช้เป็นยารักษาโรคโคกร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11/2483

กรณีที่ จำเลยต้องโทษถึงจำคุกตลอดชีวิตแล้วนั้นเพิ่มโทษกักกันไม่ได้ จำเลยต้องคำ พิพากษาให้ ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตนั้น ตามคำพิพากษาต้องแปลว่าจำเลยจะพ้นโทษออกมาไม่ได้ ที่โจทก์ขอให้ส่งตัวจำเลยไปกัดกกันจึงเป็น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้