คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๑ นางเอี้ยงทำพินัยกรรม์ยกที่นาให้โจทก์ ในพินัยกรรม?มีผู้ลงชื่อเป็นพะยาน ๒ คนกับมีผู้เขียนอีกคนหนึ่ง โจทก์จำเลยตกลงกันให้ศาลวินิจฉัยว่า พินัยกรรมนั้นสมบูรณ์หรือไม่ ถ้าสมบูรณ์จำเลยยอมแพ้ ถ้าไม่สมบูรณ์โจทก์ยอมแพ้คดี
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า พินัยกรรม์ทำครั้งใช้กฎหมายมฤดกมาตรา ๔๙ จึงต้องใช้มาตรานี้ มาตรานี้บังคับให้มีผู้บังอย่างน้อยสามคน คดีนี้มีพะยาน ๒ คน ส่วนผู้เขียนอีกคนหนึ่ง โจทก์มิได้นำสืบว่าอยู่ในฐานะเป็นพะยานรู้เห็นด้วย จึงไม่ใช่พะยานพินัยกรรม์จึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาให้จำเลยชนะคดี ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน