Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ไม่ริบไม้ของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ริบไม้ของกลาง ฟ้องโจทก์อ้าง พระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 73 แก้ไขฉบับที่ 4 วรรคแรก ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาอ่านวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2522 โจทก์ยื่นอุทธรณ์วันที่8 มีนาคม 2522 เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ ต่อมาพระราชบัญญัติป่าไม้ แก้ไขโทษสูงขึ้นระหว่างอุทธรณ์ ก็ยังต้องใช้ระวางโทษเบาที่เป็นคุณตามเดิม ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยไม่ได้ต้องยกอุทธรณ์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและไม่ริบไม้

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ริบไม้ของกลาง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้ โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยมีไม้แปรรูปคือ ไม้พันชาดและไม้ตะเคียนหิน ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามบัญชีที่ 1 ประเภท ก. จำนวนรวม 0.86 ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 73 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 17 ซึ่งมาตรา 73 วรรคแรก แห่งกฎหมายดังกล่าวกำหนดโทษไว้ว่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยครอบครองไม้ของกลางไม่มีรอยตราประทับ แต่ไม้ของกลางเป็นไม้ที่ได้รับอนุญาตแล้ว จำเลยไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้องโจทก์และไม่ริบไม้ของกลางโดยอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟัง วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2522 โจทก์ยื่นอุทธรณ์ลงวันที่ 8 มีนาคม 2522 ว่าพยานโจทก์ที่นำสืบได้ความชัดแจ้งว่า

เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบไม้ของกลางซึ่งไม่มีรอยตราของเจ้าหน้าที่ประทับปะปนอยู่กับไม้อื่น แม้จำเลยมีใบอนุญาตให้มีและเคลื่อนย้ายไม้ก็คุ้มครองได้เฉพาะไม้ที่มีรอยตราของพนักงานป่าไม้เท่านั้น แม้พระราชบัญญัติป่าไม้จะไม่ได้บัญญัติให้แน่นอนลงไปว่า ไม้หวงห้ามที่ไม่มีรอยตราของเจ้าพนักงานป่าไม้ เป็นไม้ที่มีไว้ในครอบครองไม่ได้หรือเมื่อได้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองแล้วจะต้องมีรอยตราประทับ แต่ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่ประทับรอยตราตามระเบียบของทางราชการแล้วจะเอาอะไรเป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตรวจควบคุมให้ผู้ที่มีไว้ในครอบครองแสดงหลักฐานได้ เป็นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ

แม้ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2522 ให้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2522 ซึ่งคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ กำหนดโทษฐานมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ มีโทษหนักกว่าและแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในขณะที่จำเลยกระทำความผิด ก็ต้องใช้กฎหมายส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ไม่เป็นเหตุทำให้คดีที่โจทก์ฟ้องเป็นคดีซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกเกินสามปีหรือปรับเกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์โจทก์และพิพากษาริบไม้ของกลางไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ

ฎีกาจำเลยทั้งในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วแต่ในศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 225 และมาตรา 15 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 7 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพบูลย์ เพียรรู้จบ · วิถี ปานะบุตร · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4302/2567

การพิจารณาว่าโจทก์จะอุทธรณ์คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้หรือไม่ ต้องพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 โดยความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7014/2553

ขณะจำเลยที่ 3 กระทำความผิดคดีนี้ มาตรา 15 และ มาตรา 66 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ใช้บังคับแล้ว กรณีจึงมิใช่เรื่องกฎหมายที่ใช้ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 122/2551

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2544 ให้จำคุกจำเลย 20 ปี ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ต่อมาวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2548 จำเลยยื่นคำร้องขอใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2568

จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 434/2568

กรณีพนักงานส่วนท้องถิ่นกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่งเป็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้