Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยรู้จักกับบุตรชายผู้เสียหายที่ 1 เจ้าของรถจักรยานยนต์ และผู้เสียหายที่ 2 มาก่อน ทั้งเคยประสบอุบัติเหตุได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง หากมีใครขัดใจจะแสดงอาการโวยวายคล้ายคนอารมณ์เสีย ก่อนนำรถจักรยานยนต์ไป จำเลยพูดขอยืมรถจักรยานยนต์จากผู้เสียหายที่ 2 ครั้นเมื่อผู้เสียหายที่ 2 ไม่ให้ จำเลยพูดขู่บังคับเอารถจักรยานยนต์โดยขู่ว่าจะตบ ผู้เสียหายที่ 2 เกิดความกลัวจึงให้รถจักรยานยนต์แก่จำเลยไป ดังนั้น การข่มขู่ว่าจะทำร้ายผู้เสียหายที่ 2 เป็นเพียงการแสดงลักษณะนิสัยจำเลยเท่านั้น มิใช่เป็นการมุ่งหมายเพื่อจะเอารถจักรยานยนต์นั้นไปเป็นของจำเลย แม้จะได้ความว่าต่อมาจำเลยนำรถจักรยานยนต์ดังกล่าวไปให้บุคคลอื่นยึดไว้เป็นประกันค่าอาหาร แต่ราคาอาหารไม่มากนัก เชื่อว่าจำเลยตั้งใจไถ่คืน จึงเป็นการบังคับเอาทรัพย์ผู้อื่นไปใช้ชั่วคราว ถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาลักทรัพย์ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ คงเป็นความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 309 วรรคแรก เท่านั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง และนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2250/2545 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง จำคุก 10 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนและคำเบิกความของจำเลยในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน คำขอนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคแรก จำคุก 1 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้เป็นยุติว่า นางบุญยิ่ง ผู้เสียหายที่ 1 เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุ จำเลยรู้จักกับนายธีรภัทร บุตรชายของผู้เสียหายที่ 1 และนายสุรเดช ผู้เสียหายที่ 2 มาก่อนเกิดเหตุ ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยเอารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปจากผู้เสียหายที่ 2 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดข้อหาชิงทรัพย์หรือไม่ เห็นว่า สำหรับพฤติการณ์ขณะที่จำเลยเอารถจักรยานยนต์ไปนั้น แม้ผู้เสียหายที่ 2 จะไม่ได้เบิกความว่าจำเลยพูดขอยืมรถจักรยานยนต์ แต่นายธีรภัทรพยานโจทก์เบิกความว่า หลังเกิดเหตุผู้เสียหายที่ 2 มาบอกพยานว่าจำเลยมาขอยืมรถจักรยานยนต์

ผู้เสียหายที่ 2 ไม่ให้ จำเลยจึงขู่จะทำร้ายทำให้ผู้เสียหายที่ 2 ต้องยินยอมให้จำเลยเอารถจักรยานยนต์ไป ซึ่งสอดคล้องกับให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายที่ 2 ว่า ขณะที่ผู้เสียหายที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุมาถึงหน้าโรงภาพยนตร์ จำเลยได้พูดขอยืมรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจากผู้เสียหายที่ 2 แต่ผู้เสียหายที่ 2 ไม่ให้ จำเลยจึงขู่บังคับเอารถจักรยานยนต์ผู้เสียหายที่ 2 โดยขู่ว่าจะตบ ผู้เสียหายที่ 2 เกิดความกลัวจึงให้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวแก่จำเลยไป ซึ่งนายธีรภัทรนั้นเป็นเพื่อนของผู้เสียหายที่ 2 กับจำเลย และผู้เสียหายที่ 2 ให้การดังกล่าวหลังจากเกิดเหตุเพียงไม่กี่วัน จึงเชื่อว่านายธีรภัทรเบิกความและผู้เสียหายที่ 2 ให้การไปตามความเป็นจริง และพยานจำเลยนอกจากจำเลยจะเบิกความว่าได้พูดขอยืมรถจักรยานยนต์จากผู้เสียหายที่ 2 แล้ว

ยังมีนายสุวิทย์ พี่ของผู้เสียหายที่ 2 เบิกความว่า ขณะนั้นพยานอยู่ใกล้ๆ กับผู้เสียหายที่ 2 จำเลยได้มาขอยืมรถจักรยานยนต์จากผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งผู้เสียหายที่ 2 เบิกความยอมรับว่านายสุวิทย์พี่ชายของผู้เสียหายที่ 2 เห็นตอนที่จำเลยมาพูดเจรจา อีกทั้งนายธีรภัทรก็เบิกความว่าก่อนหน้านี้พยานเคยยืมรถจักรยานยนต์ของจำเลย และจำเลยก็เคยยืมรถจักรยานยนต์ของพยานเช่นกัน ตามพฤติการณ์แห่งคดีจึงฟังได้ว่า ก่อนนำรถจักรยานยนต์ไป จำเลยได้พูดขอยืมรถจักรยานยนต์จากผู้เสียหายที่ 2 และนายธีรภัทรเบิกความว่า จำเลยมีลักษณะเป็นคนประสาทไม่ดีชอบเสียงดัง และผู้เสียหายที่ 2 ก็เบิกความว่า พยานทราบว่าจำเลยเคยประสบอุบัติเหตุได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง

หากมีใครไปขัดใจเข้าจะแสดงอาการโวยวายคล้ายคนอารมณ์เสีย ดังนั้น การข่มขู่ว่าจะทำร้ายผู้เสียหายที่ 2 เป็นเพียงการแสดงลักษณะนิสัยของจำเลยเท่านั้น มิใช่เป็นการมุ่งหมายเพื่อจะเอารถจักรยานยนต์นั้นไปเป็นของจำเลย แม้จะได้ความว่าต่อมาจำเลยนำรถดังกล่าวไปให้บุคคลอื่นยึดไว้เป็นประกันค่าอาหาร แต่ราคาอาหารไม่มากนักเชื่อว่าจำเลยตั้งใจจะไถ่คืน จึงเป็นการบังคับเอาทรัพย์ผู้อื่นไปใช้ชั่วคราว ถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาลักทรัพย์ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องข้อหาชิงทรัพย์ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สิริรัตน์ จันทรา · ธนฤกษ์ นิติเศรณี · สมยศ เข็มทอง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดปราจีนบุรี - นายจารุ จริยาวุฒิกุล
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.5058/2550
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ168/2546
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ155/2547
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3608/2535

ความผิดฐานฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่มีโทษสถานเดียวคือประหารชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 เมื่อจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษดังกล่าวตามมาตรา 80 เท่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5161/2533

จำเลยเพียงใช้ลูกกุญแจจี้ที่เอวผู้เสียหาย ทรัพย์ที่จำเลยเอาไปมีเพียงปากกาเขียนแบบกับดินสอ ซึ่งมีราคาไม่มากนัก มิได้เอาทรัพย์อย่างอื่นไปด้วย เมื่อผู้เสียหายขอคืนโดยอ้างว่าจะสอบในวันรุ่งขึ้น จำเลยยอมคืนด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2474/2531

จำเลยไปทวงเงินที่ผู้เสียหายเป็นหนี้ จ. ผู้เสียหายไม่มีให้จำเลยจึงใช้อาวุธปืนขู่บังคับให้ผู้เสียหายมอบทรัพย์ให้ แม้จำเลยจะกระทำเพื่อทวงหนี้แทน จ. และพูดว่าเมื่อผู้เสียหายมีเงินเมื่อไรให้ไปไถ่คืน ก็ถือไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6045/2531

ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ไม่นาน จำเลยเคยถูกนักเรียนโรงเรียนเดียวกับผู้เสียหายขู่บังคับเอาเข็มขัดไป การที่จำเลยขู่บังคับให้ผู้เสียหายถอดเข็มขัดให้ จึงเป็นเพราะความโกรธแค้นไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น จำเลยมิได้ขู่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5054/2530

จำเลยที่ 1 ใช้แขนรัดคอและใช้มีดคัทเตอร์จี้ผู้เสียหายขู่บังคับให้ผู้เสียหายส่งไม้ทีสไลด์ให้โดยมีจำเลยที่ 2 ยืนอยู่ด้วย แล้วจำเลยที่ 2 ยื้อแย่งเอาย่ามใส่หนังสือจากผู้เสียหายเมื่อจำเลยที่ 1 ได้ไม้ทีสไลด์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้