Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2146/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยให้การและนำสืบว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย และจำเลยครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาจนบัดนี้ โจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินพิพาทแสดงว่าจำเลยหาได้แย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากโจทก์แต่อย่างใดไม่ โจทก์จึงไม่จำต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในปีหนึ่งนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 แม้ศาลชั้นต้นจะกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่า โจทก์ฟ้องเกิน 1 ปีนับแต่ถูกแย่งการครอบครองหรือไม่ก็ตาม กรณีก็ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยเข้าแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทตั้งแต่เมื่อใด และเกินกำหนดเวลาเรียกคืนการครอบครองหรือฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่วินิจฉัยปัญหานี้ชอบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสี่สำนวนฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2528 โจทก์ทั้งสองต่างซื้อที่ดินมือเปล่าจากนางโสม วรพุทหรือวรพุฒหลังจากนั้นโจทก์ต่างก็เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินที่ซื้อมาเมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2530 จำเลยและบริวารบุกรุกเข้าไปทำนาในที่ดินของโจทก์ทั้งสอง ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายเพราะไม่ได้ทำนาในที่ดินพิพาท ที่ดินของโจทก์ที่ 1 ทำนาได้ข้าวเปลือกปีละ 2,800 กิโลกรัม คิดเป็นเงิน 8,400 บาท ที่ดินของโจทก์ที่ 2 ทำนาได้ข้าวเปลือกปีละ 4,400 กิโลกรัม คิดเป็นเงิน10,200 บาท ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทในสำนวนที่ 1 และที่ 3เป็นของโจทก์ที่ 1 ที่ดินพิพาทในสำนวนที่ 2 และที่ 4 เป็นของโจทก์ที่ 2 ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยใช้ข้าวเปลือกแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 2,800 กิโลกรัม หรือใช้ราคาเป็นเงิน8,400 บาท แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 4,400 กิโลกรัม หรือใช้ราคาเป็นเงิน10,200 บาทจำเลยทั้งสี่สำนวนให้การในทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของบิดาจำเลยและยกให้จำเลยเมื่อประมาณ 25 ปีมาแล้วหลังจากนั้นจำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในฐานะเจ้าของตลอดมาจนบัดนี้

นางโสม วรพุทหรือวรพุฒมารดาจำเลยไม่มีอำนาจเอาที่ดินพิพาทซึ่งเป็นของจำเลยไปขายให้แก่โจทก์ โจทก์อ้างว่าซื้อที่ดินพิพาทมาเมื่อปี 2528 แต่โจทก์ไม่ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทจนบัดนี้เป็นเวลาเกิน 1 ปีแล้ว ฟ้องโจทก์ขาดอายุความที่ดินพิพาทเกี่ยวกับโจทก์ที่ 1 ทำนาได้ข้าวเปลือกประมาณปีละ 1,000กิโลกรัม ขายได้ราคาไม่เกิน 3,000 บาท เกี่ยวกับโจทก์ที่ 2 ทำนาได้ข้าวเปลือกไม่เกินปีละ 1,100 กิโลกรัมขายได้ราคาไม่เกิน 2,800บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า นางโสม วรพุทหรือวรพุฒมารดาจำเลยได้ขายที่ดินพิพาทตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.6 ให้แก่โจทก์ที่ 1 และขายที่ดินพิพาทตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.2ให้แก่โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 1 ได้รับความเสียหายในอัตราปีละ 1,800บาท โจทก์ที่ 2 ได้รับความเสียหายในอัตราปีละ 6,600 บาทจำเลยบุกรุกแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์ตั้งแต่เดือนเมษายน 2530

โจทก์ฟ้องคดีในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2530ยังไม่เกิน 1 ปีฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 36 ตารางวา ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.6เป็นของโจทก์ที่ 1 และที่ดินพิพาทเนื้อที่ 6 ไร่ 1 งาน 81 ตารางวาตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.2 เป็นของโจทก์ที่ 2 ให้จำเลยชดใช้ข้าวเปลือกแก่โจทก์ที่ 1 ในอัตราปีละ 600 กิโลกรัม หากใช้ไม่ได้ให้ใช้เป็นเงินปีละ 1,800 บาท ให้จำเลยชดใช้ข้าวเปลือกแก่โจทก์ที่ 2 ปีละ 1,100 กิโลกรัมหากใช้ไม่ได้ให้ใช้เป็นเงินปีละ 3,300 บาทนับแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2530 จนกว่าจำเลยจะออกจากที่ดินพิพาทของโจทก์จำเลยทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งสี่สำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้แล้วว่า

โจทก์ฟ้องเกิน 1 ปี นับแต่ถูกแย่งการครอบครองหรือไม่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า

จำเลยให้การและนำสืบว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยและจำเลยครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาจนบัดนี้ โจทก์ทั้งสองไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินพิพาท แสดงว่า จำเลยหาได้แย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากโจทก์ทั้งสองแต่อย่างใดไม่ โจทก์ทั้งสองจึงไม่จำต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในปีหนึ่งนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยเข้าแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทตั้งแต่เมื่อใดและฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1ไม่วินิจฉัยในประเด็นนั้น จึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ ฉิมพาลี · ชุม สุกแสงเปล่ง · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3685/2562

คดีก่อนที่ ช. ฟ้องโจทก์กับพวกเป็นจำเลยมีประเด็นพิพาทว่าที่ดินพิพาทเป็นของ ช. หรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินพิพาทมิใช่ของ ช. ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ช. ถึงแก่ความตาย จำเลยขอเข้าเป็นคู่ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6627/2560

คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตน ประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ฎีกาของจำเลยและจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2558

แม้จำเลยชนะคดีในศาลชั้นต้นก็ตาม แต่จำเลยก็ยังมีสิทธิที่จะตั้งประเด็นส่วนที่จำเลยไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นมาในคำแก้อุทธรณ์ได้ ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6157/2558

ที่ดินพิพาทมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี ตาม ป. ที่ดิน มาตรา 58 ทวิ นับแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2519 โจทก์ที่ 1 ซื้อที่ดินพิพาทจาก ค. และเข้าครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2525 ยังอยู่ภายในกำหนด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้